วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

The Chrysler Group วางแผนเปิดตัว “Mopar ’13 Limited Edition” ในงาน Chicago Auto Show


ล่าสุดนั้นกลุ่มบริษัทรถชื่อดังก้องโลกอย่าง The Chrysler Group นั้นได้เตรียมงานล่วงหน้าสำหรับมหกรรมแสดงยานยต์อย่าง Chicago Auto Show ในเดือนหน้าแล้วด้วยการเตรียมรถแบบ “Mopar ’13 Limited Edition” ซึ่งเป็นรถคุณภาพระดับโลกเลยทีเดียว

“รถคันนี้จะเป็นรถที่สมบูรณ์แบบสำหรับส่วนบุคคลในการขับขี่และเป็นเลิศ ด้านการตกแต่งภายใน เราไม่สามารถรอที่จะได้เปิดตัวเกี่ยวกับมันแล้วภายใต้การดูแลของเครือ Mopar” Pietro Gorlier ประธานบริหารและ CEO ของ Mopar เผย
นอกจากการพูดเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวรถของทาง Gorlier แล้วนั้นค่ายรถชื่อดังจาก Detroit ยังได้เปิดเผยรูปภาพภายในตัวรถของ new Mopar model ที่จะใช้ในรถอย่าง Mopar ’10 Challenger, Mopar ’11 Charger และ Mopar ’12 Chrysler 300 limited edition
ดังนั้นคุณคิดยังไงกับจุดยืนของทาง Chrysler Group model ที่ทำรถแบบ Mopar รุ่นล่าสุดที่ออกมาหละ ?

Honda ยันรอเปิดตัว “Gear Concept” ในงาน Montreal Auto Show


แม้ว่าผู้ผลิตหลายรายในโลกยานยนต์นั้นจะเปิดตัวรถ new models หรือรถรุ่นใหม่ๆไปแล้วในงานอย่าง Detroit Motor Show ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดทาง ฮอนด้า ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ตัดสินใจแล้วที่จะเปิดเผยแนวคิดแบบ Gear Concept ที่งานอย่าง Montreal Auto Show ในประเทศแคนาดา
The new Gear นั้นเป็นแนวคิดใหม่อย่างสมบูรณ์ซึ่งเป็นแนวคิดของรถแบบ sub-compact model แห่งอนาคตโดยมีเป้าหมายหลักเป็นแนวคิดใหม่ซึ่งจะท้าชนตลาดวัยรุ่นกับแบรนด์ดังๆอย่าง Volkswagen Polo และ Ford Fiesta ซึ่งคอนเซปต์แบบ Honda Bike Gear นั้นจะยึดถือว่า “เรียบง่ายและมีประโยชน์อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งให้เข้ากับบุคลิกของคุณได้”


Dave Marek ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบที่ Honda America ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “Sub-compacts มีทั้งประโยชน์และการใช้สอยที่เหมาะสมในการออกแบบครั้งนี้ แต่พวกเราก็ไม่ได้ตั้งราคามันแพงเกินไปโดยสิ้นเชิงเพราะคำนึงถึงการซื้อของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ด้วยเพราะต้องไม่แพงแต่ต้องตอบสนองความต้องการได้ดีด้วย
สำหรับในส่วนของรายละเอียดนั้นทาง Honda ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของการผลิตใดๆทั้งสิ้น

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จผลิตรถทะลุ 2 ล้านคัน


กรุงเทพมหานคร (25 มกราคม 2556): บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จ ยอดการผลิตจากโรงงานนิสสัน บางนา ครบจำนวน 2 ล้านคันในเดือนมกราคม  2556 นี้

นายทาคายูกิ คิมูระ ประธานกรรมการ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราต้องขอขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและเลือกใช้แบรนด์นิสสัน จนทำให้เกิดสถิติใหม่ของการผลิตรถยนต์ของนิสสัน เศรษฐกิจในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนิสสันก็นับเป็นหนึ่งในส่วนที่ช่วยผลักดัน และการที่เราสามารถบรรลุยอดการผลิตนี้ได้นับเป็นผลสำเร็จที่น่ายินดีของชาวนิสสันอีกด้วย และเพื่อเป็นการตอกย้ำในพันธสัญญาที่มีต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เรายังได้ประกาศการลงทุนเพิ่มอีก 11,000 พันล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ ณ กม 22 บางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ โดยช่วงเริ่มต้นของการเปิดดำเนินการในเดือนสิงหาคม 2557 กำลังการผลิตของนิสสันจะเพิ่มขึ้น 75,000 คัน และจะเพิ่มเป็น 150,000 คันต่อปี โดยปัจจุบัน นิสสัน มีกำลังการผลิตที่ 220,000 คันต่อปี และเมื่อรวมกับกำลังการผลิตของโรงงานแห่งใหม่ที่จะพร้อมเปิดดำเนินการในอีกไม่กี่ปีนี้ นิสสันจะมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 370,000 คันต่อปี”
นิสสัน เริ่มดำเนินการผลิตครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 โดยปัจจุบันนิสสัน มีรถยนต์และรถกระบะทำตลาดในประเทศทั้งหมด 7 รุ่น และได้ทำการผลิตเพื่อส่งออก นอกจากนี้นิสสัน ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์อีโค คาร์ ในตลาดอย่างต่อเนื่อง

เผยภาพรวมของ “Cadillac ELR” ที่เปิดตัวในงาน Detroit Auto Show ปีนี้


ในงาน Detroit Auto Show ล่าสุดนั้นรถอย่าง Cadillac ELR coupe นั้นได้รับการแนะนำอย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยรถคันนี้นั้นใช้ระบบแบบ Chevrolet Volt และ Opel Ampera แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมโดยที่มีกำลังอยู่ที่ 209 แรงม้า


The Cadillac ELR นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอนเซปต์แบบ Converj concept ที่มีที่นั่งแบบ 2 +2 ตามแบบรถ coupe ที่มีที่นั่งเป็นระบบปรับด้วยไฟฟ้าทั้งหมด มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงขับเคลื่อน 209 แรงม้าซึ่งดีกว่ารถอย่าง Volt และ Ampera ที่มีกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุดของตัวรถ 400 Nm มีการพัฒนาแบตเตอรี่แบบ lithium-ion ขนาด 16.5 kWh และนอกจากพลังงานจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก็ยังมีเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตรเบนซินขนาด 86 แรงม้าทำให้เจ้ารถอย่าง ELR สามารถเดินทางได้ระยะถึง 480 กิโลเมตร
ในโฉมแบบ American นั้นใช้การออกแบบจากทาง Astra GTC suspension ที่ใช้วัสดุที่ทำจาก aluminum เป็นส่วนประกอบในการลดน้ำหนักที่ด้านหน้าและแรงบิดคานหลังกึ่งอิสระทางด้านหลังให้ลดลง รวมถึงด้านข้างของพวงมาลัยนั้นจะมีการติดปีกนกเพิ่ม ทำให้สามารถควบคุมรถในช่วงของการชะลอตัวได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ทาง ELR นั้นก้าวขึ้นไปอีกขั้นด้วยการจับมือกับสมาคมคนตาบอดของอเมริกันหรือ “American Association of the Blind” ที่มีการเปิดใช้งานฟังก์ชันช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสัญญาณเตือนหากมีคนเดินเท้าเดินข้ามถนนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งภายในที่หรูหรากว่าเดิมมากด้วยเบาะหนังชั้นเลิศและที่รองศีรษะทำจากวัสดุ microfiber suede นอกจากนี้ยังมีระบบ navigation นำทางภายในรถและ มีการวางแผนในเชิงพาณิชย์สำหรับปี 2014 ที่จะขายในตลาดทวีปยุโรป

Opel เตรียมเปิดตัวรถ “convertible และ OPC versions” ในไลน์การผลิต Adam เร็วๆนี้


เพื่อตอกย้ำเรื่องไลน์การผลิตและความแรงของแบ รนด์อย่างต่อเนื่องนั้นล่าสุด Adam Opel ได้เตรียมตัวเปิดตัวรถแห่งโลกอนาคตรุ่นใหม่ 2 รุ่นล่าสุดด้วยกันเร็วๆนี้นั่นคือรถแบบ convertible และ the sporty OPC ที่เตรียมให้คนทั่วโลกได้ยลโฉมกัน

ทำให้ครอบครัวของแบรนด์ Opel ขนาดเล็กนั้นเตรียมตัวขยายใหญ่ขึ้นไปอีก ด้วยการเร่งเต็มที่เพื่อพัฒนารถในรูปแบบของ Opel mini ที่เมื่อไม่กี่วันมานี้มีประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าพวกเขาจะทำการวางแผน วิธีการที่จะขยายขอบเขตของการจำหน่ายรถรุ่นใหม่และเป็นรถสายพันธุ์รุ่นเปิด ประทุนที่มีชื่อว่า Adam convertible และ Adam OPC ซึ่งเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของรุ่นนี้เท่าที่เคยมีมา
เมื่อเร็ว ๆ นี้นั้นทาง Opel ได้มีการเปิดเผยว่าจะมีการนำรถที่มียอดขายดีของ Adam อย่าง Adam R2 โดยจะนำในส่วนของเครื่องยนต์คือเครื่องขนาด 1.4 ลิตรแบบ turbo engine ที่มีกำลัง 140 แรงม้ามาใช้ อย่างไรก็ตามพวกเขากลับจะใช้เครื่องยนต์รุ่นนี้ในรถอย่าง Adam OPC version โดยไม่มีการพัฒนาเพิ่มเติมแต่อย่างใด
แต่ล่าสุดจากการเปิดเผยของ Auto Express นิตยสารรถชื่อดังก็เผยว่าพวกเขาจะใช้เครื่องยนต์แบบ 1.6 ลิตร turbocharged ที่มีกำลัง 200 แรงม้าที่ใช้ในรถแบบ Opel Corsa OPC แทนเนื่องจากมีกำลังที่แรงกว่าและมีความสามารถมากพอที่จะทำให้รถทำเความเร่ง ได้ถึง 100 km / h ภายในเวลา 6.5 วินาที
ในตอนนี้นั้น Opel ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนเกี่ยวกับการผลิตรถในรุ่นนี้ แต่พวกเขาก็แสดงความตั้งใจจริงที่จะทำให้รถแบบ Adam Model นั้นเป็นครอบครัวของ Opel สายพันธุ์ใหม่ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด

Toyota และ Gazoo Racing GRMN จับมือกันทำรถแบบ Sports Concept FR Platinum


ค่ายรถชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Toyota และบริษัทแต่งรถอย่าง Gazoo Racing นั้นได้เตรียมการสร้างแนวคิดใหม่เพื่อทำรถแบบ Sports Concept FR Platinum ที่มีกำลังขนาด 330 แรงม้าและเพิ่มประสิทธิภาพของ bodykit
ทางด้าน The GRMN หรือมีชื่อเต็มๆว่า (Gazoo Racing tuned by Meister of Nürburgring) นั้นได้ทำการปรับปรุงรถแบบ Sports FR Platinum Concept ด้วยการใช้เครื่องยนต์แบบ boxer engine ขนาด 2 ลิตรและด้วยความช่วยเหลือของ compressor และ turbo ของตัวรถนั้นทำให้ขีดความสามารถของเจ้ารถตัวนี้นั้นก้าวขึ้นไปถึง 330 แรงม้าจากเดิมที่ 200 แรงม้าเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีแรงบิดอยู่ที่ 200-431 แรงม้าและใช้ชุดเกียร์แบบกระปุก 6 สปีด
จากการดูภายนอกนั้นพบว่า Platinum concept นั้นจะมีการปรับปรุงความแข็งแกร่งทางด้านนอกและนอกจากนี้ยังมีการออกแบบกันชนด้านหน้าแบบใหม่และเกราะทางด้านกันชนหลัง รวมถึงเพิ่มระบบช่องระบายอากาศเพื่อระบายความร้อนทางด้านล้อหน้าและล้อหลัง ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียแบบสปอร์ต, ไฟ LED แบบใหม่ทางหน้ารถและสปอยเลอร์แต่งทางด้านหลังขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีระบบ BBS ถึง 8 จุดด้วยกันและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเบรคที่ทำงานร่วมกันกับโช้คอัพแบบใหม่และยางเหนียวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้มากขึ้นและมีความเกาะถนนเป็นอย่างมาก

ABT จับ-ปรับ-แต่งรถอย่าง “Audi A5 Sportback” โฉมใหม่ล่าสุด


Audi ค่ายรถยักษ์ใหญ่นั้นกลับมาอีกครั้งกับการกลับมาทำรถอย่าง A5 Sportback อีกครั้งหลังจากที่เปิดตัวไปในปี 2011 ซึ่งมันผลิตและขายในประเทศส่วนใหญ่ก่อนที่สิ้นปีเดียวกันจะนำมาขายสู่ตลาดโลก แต่ล่าสุดนั้น ABT Sportsline ได้ออกแพคเกจที่ครอบคลุมสำหรับรูปแบบรถ liftback model รุ่นใหม่


ค่ายแต่งรถชื่อดังจากประเทศเยอรมันนั้นได้มีการเพิ่มการอัพเกรดประสิทธิภาพในด้านเครื่องยนต์ แต่ก็ไม่ลืมที่จะตกแต่งภายนอกไปด้วยสำหรับในรุ่น A5 Sportback ที่กล่าวมาเพื่อความสวยงาม
เราเริ่มต้นกันที่ชุดเครื่องยนต์แบบ ABT’s petrol engine ขนาด 1.8 ลิตรแบบ TFSI ที่ให้กำลัง 170 แรงม้า ถึง 208 แรงม้า. เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ TFSI ที่ให้กำลัง 208 แรงม้า – 266 แรงม้า และปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรแบบ TFSI ทีให้กำลัง 268 แรงม้า – 380 แรงม้า
นอกจากนี้ทาง ABT ยังมีทางเลือกแบบ sport suspensions ที่โหลดรถต่ำลง 25 mm,, ระบบเบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้นและระบบไอเสียที่มาพร้อมท่อรถสปอร์ตขนาดใหญ่แบบคู่
สำหรับภายนอกของรถแบบ A5 Sportback’s นั้นทางค่ายรถแต่งจากเยอรมันได้ตกแต่งสปอยเลอร์แบบ Lip ด้านหน้าขึ้นมาและมีช่องระบายอากาศบริเวณกันชนด้านหน้าปิดท้ายด้วยล้อแม็กซ์อัลลอยด์ขนาด 19 และ 20 นิ้ว

Hyundai ค่ายรถแดนกังนัมสไตล์เปิดตัวตีตลาดออสเตรเลียด้วยรถแบบ “i45″


Hyundai i45 เป็นที่รู้จักในแถบทวีปอเมริกาเหนือ เช่นเดียวเจ้ารถ Sonata แต่ที่ผ่านมานั้นมันคงจะมีจำนวนไม่มากนักใน Australia ที่ผู้ผลิตรถชาวเกาหลีจะสั่งยกเลิกการขายรถ sedan ขนาดกลางไปแล้ว ซึ่งทางนักเล่นรถ Hyundai ชาวออสเตรเลีย จึงได้เสนอให้ผลิต i40 sedan ขึ้นมาแทน และเจ้ารถ i40 นี้ได้ถูกออกแบบและเปิดตัวครั้งแรกในยุโรป ในฐานะนักสู้ของ Hyundai ในกลุ่ม D


Hyundai ได้บอกว่า “การตัดสินใจสร้าง i40 ขึ้นมาก็เพื่อเพิ่มความต้องการรถ i45 ให้มากขึ้น” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แถบโซนตะวันออกกลางและทวีปอเมริกาเหนือ และ Hyundai ก็ได้บอกอีกว่า ” จะต้องจำกัดการจัดหารถ” เพราะ รถ i45 นี้กำลังจะเป็นที่สนใจของตลาด Australia จึงพยายามที่จะเพิ่มความมั่นใจว่า เจ้ารถ i45 นี้ จะต้องเป็นรถส่งออกที่มีศักยภาพที่ดี
ตามข้อมูลในเว็บไซด์ TMR ของชาวออสเตรเลีย ได้บอกไว้ว่า ราคาของรถ i45 นี้จะเริ่มต้นที่ AU$26,990 ส่วน Premium grade ราคาจะอยู่ที่ AU$37,490 ในขณะที่ราคาของ i40 นั้นจะเริ่มที่ AU$29,990 สำหรับ Premium sedan จะราคา $44,590 และ Premium station wagon จะมีราคาสูงถึง $46,590
รถ i40 จะมีข้อเสนอต่างๆให้กับผู้ซื้อชาวออสเตรเลียทั้ง option และ body ของรถ ก็เช่นเดียวกับการเลือกใช้น้ำมันที่มีประสิทธิภาพสูง และเป็น diesel powertrains ที่มีคุณสมบัติอย่างดีเยี่ยม ซึ่งทาง John Elsworth เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Hyundai Motor Company Australia ได้พูดว่า ” เราทำงานอย่างหนักเพื่อสร้าง i40 ให้มีลักษณะที่โดดเด่น และเพื่อสร้างรถคันนี้ให้เป็นรถขนาดกลางที่มีคุณภาพสูง”
นอกจากนี้ทาง Hyundai ก็ได้บอกทิ้งท้ายไว้ว่า “i45 ที่เหลืออยู่นั้น ก็จะเป็นช่องทางเพื่อภาคธุรกิจและการใช้งานของรัฐบาลอีกด้วย”

KIA ค่ายรถแดนกิมจินำเสนอ Picanto ใน 2 รูปแบบทั้ง “Fuchsia Colour และ White Edition”


ค่ายรถชื่อดังจากแดน”กิมจิ“ประเทศเกาหลีใต้อย่าง KIA นั้นได้วางแผนเตรียมจะเสนอขายรถอย่าง Picanto city car ในสหราชอาณาจักรด้วยการเพิ่มรูปแบบ “girly colour” เข้าไปตามที่บริษัทนั้นออกแบบเองโดยถือเป็นรถในแบบ special edition version รุ่นพิเศษรุ่นใหม่อีกด้วย


พวกเขานั้นจะเริ่มที่โทนสีแบบใหม่ด้วยสีที่มีชื่อว่า ‘Fuchsia Blush’ ที่มีเฉพาะในรุ่นแบบพิเศษ 5 ประตูเท่านั้นในโฉมที่เรียกว่าเกรด 2 และ 3 โดยสนนราคาค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากปกติเป็นเงิน £445
จากนั้นไปต่อกันที่รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง new special edition Picanto ที่มาพร้อมกับสีขาวสะดุดตา โดยจะทำการเปิดตัวในรุ่นแบบ 3 ประตูและเข้าไปแทนที่รุ่นท็อปพิเศษอย่าง ‘Halo’ และ ‘Equinox’ editions
เท่านั้นยังไม่พอเมื่อพวกเขาได้ปรับแต่งเป็นโทนสีขาวแล้วยังเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆเข้าอีก อย่างเช่น ล้อแม็กซ์อัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว, การตกแต่งด้วยแถบโทนสีแดงบริเวณกระจังด้านหน้า, พวงมาลัยที่ทำมาจากหนังแท้และติดตั้งแผงควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่นไว้
The Picanto White จะมาพร้อมกับรูปแบบ ‘Hollywood style’ ที่กระจกทุกบานจะมีขอบทำมาจากวัสดุโปร่งแสง, ไฟ LED รุ่นใหม่แบบพิเศษ, ระบบหยุด/สตาร์ทรถยนต์แบบไฮเทครุ่นใหม่ล่าสุดแบบ Smart Entry System, การเชื่อมต่อแบบ Bluetooth และปิดท้ายด้วยระบบเครื่องปรับอากาศแบบมาตรฐาน
สำหรับราคาของเจ้า Picanto ‘White’ นั้นจะเริ่มต้นที่ £11,745 สำหรับเครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตรกำลัง 84 แรงม้าพร้อมเกียร์กระปุก 5 สปีดในรุ่น ISG model และราคา £12,345 สำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดที่มีกำลังและขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน

5 อันดับ สุดยอดรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในโลก

เมื่อพูดถึงรถยนต์แล้ว สิ่งที่ทำให้บรรดาคนรักรถทั้งหลายให้ความสนใจเป็นพิเศษนอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว พละกำลังความเร็ว ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงเราจะไม่สามารถเหยียบคันเร่งได้มิดจนถึงขีดสุดของขุมพลังรถก็ตาม ซึ่งในวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์ stuff.co.nz มาบอกเล่าเก้าสิบเกี่ยวกับรถยนต์ที่ทำความเร็วได้มากสุดในโลก ณ พ.ศ. นี้มาฝากกัน

สุดยอดรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในโลก

  1. Bugatti Veyron Super Sport
          เริ่มกันด้วยอันดับที่หนึ่งกันก่อนเลยกับ Bugatti Veyron Super Sport โดยมันสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.4 วินาที มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตร พละกำลัง 1,200 แรงม้า สนนราคาเริ่มต้นที่ 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 70 ล้านบาท (ราคาต่างประเทศ)

สุดยอดรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในโลก

  2. Hennessey Venom GT

          ตามมาติด ๆ กับ Hennessey Venom GT กับความเร็วที่ทะยานได้ถึง 417 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดหนักกับเครื่องยนต์ LS9 V8 ทวิน-เทอร์โบ ความจุ 6.2 ลิตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.5 วินาที พละกำลัง 1,200 แรงม้า โดยมาพร้อมกับราคาค่าตัว 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 34.5 ล้านบาท (ราคาต่างประเทศ)

สุดยอดรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในโลก

  3. Koenigsegg Agera R

          อันดับ 2 และ 3 นั้นทำความเร็วสูงสุดได้ใกล้เคียงกันมาก โดย Koenigsegg Agera R แพ้ไปนิดเดียวเท่านั้น เพราะเร่งความเร็วได้สูงถึง 415 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.9 วินาที พละกำลัง 1,099 แรงม้า มาพร้อมกับขุมกำลัง V8 ทวิน-เทอร์โบ ความจุ 5.0 ลิตร ทั้งนี้เจ้า Koenigsegg Agera R ถูกติดป้ายราคาขายไว้ที่ราว 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 46 ล้านบาท (ราคาต่างประเทศ)

สุดยอดรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในโลก

  4. SSC Ultimate Aero

          มาต่อกันที่ SSC Ultimate Aero สุดยอดรถสปอร์ตดีไซน์หรูที่นอกเหนือจากมีรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวแล้ว ยังสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 413 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกด้วย โดยใช้เครื่องยนต์ V8 ทวิน-เทอร์โบ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.7 วินาที พร้อมพละกำลังสูงถึง 1,183 แรงม้า สำหรับราคาจำหน่ายนั้นอยู่ที่ 800,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 23 ล้านบาท (ราคาต่างประเทศ)

สุดยอดรถยนต์ที่ทำความเร็วได้ดีที่สุดในโลก

  5. 9ff GT9-R

          ปิดท้ายกันด้วย 9ff GT9-R ที่เกาะติดอันดับมาอยู่ที่ 5 ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 410 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์ Flat 6 ทวิน-เทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมพละกำลัง 1,120 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 2.9 วินาที มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 825,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 23.7 ล้านบาท (ราคาต่างประเทศ)

Lamborghini เปิดตัวโครงการใหญ่ “2013MY Gallardo GT3 FL2 Racer”


หลังจากเงียบไปเป็นเวลานานนั้นล่าสุุดค่ายรถอย่าง Lamborghini ซุปเปอร์สปอร์ตชื่อดังก็ได้มีข่าวแว่วมาว่าพวกเขาจะทำการยืนยันอย่างไม่เป็นทางการในวงการ motorsport sport ว่าพวกเขาจะทำการเปิดตัวรถในตระกูล Super Trofeo series ซึ่งเป็นรถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุดและมีแผนการระยะยาวไปถึง 5 ปีเลยทีเดียว


ปัจจุบันนั้นรถอย่าง The Gallardo GT3 FL2 นั้นใช้รถต้นแบบที่เพิ่งจะปรับปรุงใหม่ของรถในรุ่นปัจจุบันอย่าง MY2013 Gallardo ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นในความร่วมมือกับ Reiter Engineering ค่ายแต่งรถของเยอรมันซึ่งได้ทำการพัฒนารถแข่งของทาง Lamborghini รุ่นตั้งแต่ปี 2000 จนได้รับชัยชนะ 199 ครั้งและเข้าเส้นชัย1-3 ถึง 350 ครั้ง
และนี่เป็นครั้งแรกที่ทาง Lamborghini นั้นได้ใช้บริษัทในเครืออย่าง R&D department มาพัฒนารถเป็นรถแบบ GT3 FL2 features “24-hour” ซึ่งเปลี่ยนแปลงระบบเบรค, ระบบระบายความร้อน, ระบบประหยัดพลังงานให้ดียิ่งขึ้นในการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงรวมถึงใช้ท่อไอเสียแบบ Super Trofeo cars ที่ลดน้ำหนักลง 25 กิโลกรัม (55 ปอนด์) ซึ่งเปรียบเทียบกับ Gallardo GT3
“เรามีความยินดีที่จะประกาศข้อตกลงขั้นต่ำ 5 ปีในด้านวิศวกรรมกับทาง Reiter Engineering เพื่อเป็นพันธมิตรในการพัฒนารถยนต์อย่าง Lamborghini GT3 และเรามีความมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนการแข่งในยุโรปและเอเชียในปี 2013รวมถึงรองรับการขยายตัวไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2014ด้วย” Stepahn Winkelmann ประธานบริหารเผย
สำหรับการขายรถ new Gallardo GT3 FL2 นั้นจะตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ €320,000 (US$432,000) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มโดยจะเริ่มต้นในเดือนมีนาคมในการแข่งขัน Lamborghini Blancpain Super Trofeo Endurance Series และ Italian GT3 championship ในยุโรปรวมไปถึงรายการในเอเชียคือ Le Mans Series.
The GT3 program นั้นจะรวมไปถึงในส่วนของรถอย่าง Super Trofeo ซึ่ง รถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการดูแลโดย Lamborghini Squadra Corse

Hofele-Design ปรับแต่ง “Audi Q7″ เปลี่ยนชื่อเป็น “STRATOR GT 780″


ก่อนหน้านี้นั้นเราพบว่าไม่มีใครทราบเลยว่าเจ้ารถอย่าง Audi Q7 นั้นจะคือรถคันเดียวกับ “STRATOR GT 780″ หลังจากที่ค่ายแต่งรถชื่อดังอย่าง Hofele-Design นั้นก้าวเข้ามาแต่งรถแบบ full-size luxury SUV และได้ตั้งชื่อนี้ไว้ให้
อย่างไรก็ตามชุดแต่งนี้นั้นทาง Hofele-Design ได้ติดตั้งชุดแต่งที่แนบตัวซีเรียลนัมเบอร์มาพร้อม ซึ่งเริ่มต้นที่ราคา €6,900 ในประเทศเยอรมันหรือประมาณ US$9,300 ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน


การออกแบบเจ้า Q7 โดยทาง Hofele-Desig นั้นรถของคุณคุณอาจเลือกใช้ท่อไอเสียแบบสี่เหลี่ยมที่เป็นคู่และมีชื่อเรียกว่า “Reverso II” รวมไปถึงล้อแม็กซ์อัลลอยด์ที่่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 – 22 นิ้วเลยทีเดียว
นอกจากนี้หากคุณยังต้องการอะไรมากขึ้น พวกเขาก็มีสีรูแปบบภายในสองสีให้เลือกที่มีองค์ประกอบเป็นเบาะหนังเย็บอย่างดีบริเวณเบาที่นั่ง, ที่เท้าแขนภายในรถและพวงมาลัย
และปิดท้ายด้วยการเป็นรถแบบ electrical lowering module จะทำให้เจ้ารถ SUV’s คันนี้ลดความสูงลง 40mm (1.6 นิ้ว) ทำความเร็วสูงสุดได้ 80km/h (50mph) แรงใช้เครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินขนาด 3.0 ลิตรแบบ TDI ที่ให้กำลัง 242 แรงม้า ถึง 314 แรงม้าเลยทีเดียว

Hamann ค่ายแต่งรถชื่อดังออกชุดแต่ง “BMW 6-Series Gran Coupe” เพิ่มเติมจาก M Pack Models ดั้งเดิม


หากคุณเป็นเจ้าของรถอย่าง BMW 6-Series Gran Coupe นั้นและได้แต่งชุดแต่งของทางบริษัทอย่าง M Sport aerodynamic package และยังต้องการให้ตัวรถยังคงสภาพเดิมอยู่แม้จะมีการแต่งเพิ่มเติมหลังการขายแล้วคุณคงต้องการชุดแต่งดีๆใช่ไหมละ?

นั่นไม่เป็นปัญหาเลยหลังจาก Hamann ค่ายแต่งรถชื่อดังนั้นได้พัฒนาชุดแต่ง M-trimmed ซึ่งทำมาเฉพาะรถอย่าง BMW รุ่นนี้โดยเฉพาะและจะถูกใช้ในรถอย่าง “four-door coupe” เท่านั้น
ส่วนประกอบของทาง The Hamann aerodynamic ชุดแต่งนี้นั้นคล้ายๆกับทางชุดแต่งดั้งเดิมแบบ M Sport แต่ได้มีการเพิ่มสปอยเลอร์หน้าเข้าไป, เพิ่มตำแหน่งในการต้านลมให้น้อยลง, การใส่สเกิร์ตด้านข้างแบบใหม่และปิดท้ายด้วยท่อไอเสียขนาดใหญ่ด้านหลัง
นอกจากนี้ทาง Hamann products ยังเผยอีกว่าสินค้าของพวกเขานั้นพร้อมแล้วสำหรับเจ้า standard 6-Series Gran Coupe โดยในส่วนของล้อแม็กซ์อัลลอยด์แบบใหม่, ชุดฝากระโปรงหน้าที่ทำจาก carbon-fiber นั้นสามารถนำไปใส่กับ M Sport package models ตัวดั้งเดิมได้เลย

Bentley Continental GT Speed แรงเร้าใจในราคา 22 ล้าน


 เมื่อพูดถึงรถยนต์สปอร์ตสักคัน เราหลายคนอาจจะต้องนึกถึงรถยนต์ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัวอย่างสมเหตุสผล สำหรับคนรักความแรง จ่ายแพงไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้ ดูจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งกว่า แต่ถ้าทุกอย่างสามารถไปด้วยกันได้ มันจะดีแค่ไหน
                ตั้งแต่เปิดตัวออกมาเมื่อช่วงปีทีผ่านมา ในงาน Good Wood   รถยนต์สปอร์ตหรูสัญชาติอังกฤษเป็นที่โจษจันอย่างมากกับรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แรงในนาม  Bentley Continental GT Speed  ที่ปลุกวิญญาณแห่งตำนานกลับมาอีกครั้ง ด้วยการแนะนำเวอร์ชั่นแรงสุดขั้วสู่ตลาด  และวันนี้มันก็มาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Bentley Continental GT Speed
                เรือนร่างที่หรูหรายังคงมาพร้อมกับความงดงามภายใต้แนวทางของค่ายรถยนต์  Bentley  ที่มุ่งเน้นในการออกแบบรถยนต์ให้สามารถตอบสนองในเรื่องความหรู รวมถึงความสปอร์ตที่ผสานลงตัวอย่างกลมกลืน ในไฟหน้า 4 ดวงรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของค่ายรถยนต์  Bentley  มาพร้อมกระจังหน้าเมทริกซ์สีดำขนาดใหญ่
ทั้งหมดจุใต้เรือนร่างแบบสปอร์ต คอนทีเนนทัล คูเป้  แล้วเติมอารมณ์สปอร์ตกับล้ออัลลอยขอบ 21 นิ้ว  Speed Wheel  มาพร้อมยางสปอร์ตชั้นนำ  Pirelli Zero  ขนาด 275/35/ R21  ที่ลงตัวในเรื่องสมรรถนะการเกาะถนน และ ความหล่อเหลาเอาการ
ในห้องโดยสาร Bentley Continental GT Speed  ให้อารมณ์การตบแต่งในสไตล์สปอร์ตหรูที่คุ้นเคยจากค่ายนี้ ด้วย การเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพ  รวมถึงงานฝีมือ เปี่ยมดวยคุณภาพเช่นกัน โดยในรุ่น นี้ได้รับการตบแต่งด้วย  Mulliner Driving Specification  เป็นมาตรฐานผสานเข้ากับความร่วมสมัยในการออกแบบ ทำให้รถดูสุขุมแต่ยังมีความหนุ่มในตัว และทำให้ความหรูและสปอร์ตสามารถตกร่องป่องชิ้นกันได้
Bentley Continental GT Speed
Bentley Continental GT Speed
เมื่อพูดถึงรถสปอร์ต สิ่งที่เราจะไม่พูดถึงกันไม่ได้ ก็คงไม่พ้นเครื่องยนต์ และใต้ฝากระโปรง Bentley Continental GT Speed   มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ W12 ขนาด 6.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 616 แรงม้า จากโรงงานและยังมาพร้อมแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร
พละกำลังถูกส่งลงชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบสนองฉับไว ควบคุมด้วยชุดโปรแกรรมการทำงานที่ให้ความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น 12%  และยังมาพร้อมการลดมลภาวะจากรถอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยยังสามารถให้ความเร้าใจด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เช่นเดียวกับ เฟืองท้ายแบบ  Torsen Differential 
Bentley Continental GT Speed   สามารถปั่นฝีเท้าเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม.ใน 4.2 วินาที และความเร็วปลายสามารถทำได้สูงสุดถึง 329 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ส่วนราคาจำหน่ายก็ให้ราคาเร้าใจด้วยราคาเพียง 22 ล้านบาท สำหรับสาวกซิ่งกระเป๋าหนักที่ต้องการรถยนต์ที่ดูดีและแตกต่างบนถนน

Volkswagen ปล่อยทีเซอร์ Golf R ทะยานท็อปสปีดแตะ 250 กม./ชม.


แผนกรถสมรรถนะสูง “R” ของค่าย Volkswagen เปิดเผยภาพทีเซอร์แรกของรถคอมแพกต์พันธุ์แรง Golf R เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งถูกฝังอยู่ในน้ำแข็งก้อนมหึมา โดยเตรียมออกโชว์ตัวภายในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ต้นเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นการสานต่อธรรมเนียมปฏิบัติในการยกระดับสมรรถนะของ Golf นับตั้งแต่รุ่นแรกที่ใช้รหัสว่า R32 เมื่อปี 2002

สำหรับเจนเนอเรชั่นที่เจ็ดจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ทรงพลัง 4 สูบ พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ รีดพละกำลังได้สูงสุด 290 แรงม้า มากกว่ารุ่นปัจจุบัน 20 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อ กระโดดจาก 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 5.3 วินาที ขณะที่ภาพทีเซอร์หนึ่งเดียวที่ทาง VW ปล่อยออกมานั้น โชว์มาตรวัดความเร็วแตะระดับ 250 กม./ชม.
คาดการณ์ว่า Golf R รุ่นใหม่ล่าสุดจะถูกเสริมหล่อรอบคันเน้นความดุดัน ล้ออัลลอยขนาดใหญ่กว่าเดิมและท่อไอเสียโครเมียมคู่ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ VW R ไปแล้ว ช่วงล่างจะถูกปรับโหลดให้เตี้ยลงกว่าเดิมควบคู่กับการอัพเกรดประสิทธิภาพเบรกทั้งสี่ล้อเพื่อหยุดยั้งความแรงที่เพิ่มขึ้น
Golf R เจนเนอเรชั่นใหม่มีกำหนดออกจำหน่ายในช่วงต้นปี 2014 อาจมีราคาเริ่มต้นที่ 38,000 ยูโรในตลาดบ้านเกิด เยอรมนี สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมคาดว่าจะถูกทยอยปล่อยออกมาในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าเพื่อปลุกกระแสก่อนถึงงานที่นครเจนีวา

Audi Q7 โมดิฟายด์แต่งเติมความบึกบึนโดย Hofele Design


Hofele Design จับครอสโอเวอร์รุ่นใหญ่ Audi Q7 รุ่นปรับโฉม มาแต่งเติมความบึกบึนพร้อมตั้งชื่อรุ่นใหม่ Strator GT 780 เพียบพร้อมด้วยกันชนหน้าดีไซน์สวย ซุ้มล้อถูกขยายขนาดเล็กน้อยและแผงดิฟฟิวเซอร์ใหม่ที่ด้านท้ายรถ

ที่ซุ้มล้อหน้ายังมีช่องระบายอากาศ ท่อไอเสียเปลี่ยนมาเป็นแบบสี่ท่อเน้นความดุดัน ด้านหน้าติดตั้งกรอบไฟตัดหมอกเพิ่มเติม สนนราคาจำหน่ายชุดแต่งเริ่มต้นที่ 9,295 เหรียญสหรัฐฯ
ลูกค้ายังสามารถเลือกใช้ห้องโดยสารแบบหนังทูโทน โมดูลปรับระบบช่วงล่างอิเลกทรอนิกที่สามารถลดส่วนสูงลงได้เตี้ยสุด 40 มม.ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. อีกทั้งยังสามารถเลือกใช้ล้ออัลลอย 20 – 22 นิ้วได้ตามต้องการ
สำหรับขุมพลังขับเคลื่อน Hofele Design ปรับจูนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร TDI ให้มีพละกำลัง 318 แรงม้า แรงบิด 599 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่นเบนซิน 3.0 ลิตร TFSI จะมีพละกำลังที่ 404 แรงม้า แรงบิด 529 นิวตันเมตร

ของเล่นเศรษฐี Subaru เตรียมผลิต BRZ RA Racing รถพร้อมแข่งจากโรงงาน


Subaru เอาใจคอมอเตอร์สปอร์ตกระเป๋าหนักเต็มที่ ประกาศเตรียมผลิตรถสปอร์ตคูเป้สเปกรถแข่ง BRZ RA Racing โดยตรงจากโรงงาน แต่จำกัดเฉพาะในตลาดประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเท่านั้น

BRZ RA Racing ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ตัวถังหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งช่องดักอากาศเข้าระบายความร้อนเบรกคู่หน้า ติดตะขอลากจูงที่กันชนหน้าและท้าย พร้อมตัวหล่อเย็นน้ำมันอยู่หลังกระจังหน้า ในห้องโดยสารได้รับการติดตั้งโรลเคจนิรภัย พรมปูพื้นแบบพิเศษ เข็มขัดนิรภัยแบบสี่จุด ขณะที่เฟืองท้ายเป็นแบบลิมิเต็ดสลิปของ Torsen
เครื่องยนต์ยังคงใช้บล็อกสแตนดาร์ดขนาด 4 สูบ 2.0 ลิตร ผลิตพละกำลัง 200 แรงม้า แรงบิด 205 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ที่น่าสนใจที่สุดคือราคาค่าตัวของ BRZ RA Racing สายพันธุ์แข่งคันนี้แพงขึ้นกว่ารุ่นปกติเพียง 31,500 เยนหรือแค่หมื่นกว่าบาทเท่านั้น

Pagani Huayra ไฮเปอร์คาร์อิตาเลียนทุบสถิติความเร็วรอบสนาม Top Gear


Pagani Huayra ที่สุดแห่งไฮเปอร์คาร์สัญชาติอิตาเลียน สร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นรถที่ทำความเร็วรอบสนามทดสอบของ Top Gear ในประเทศอังกฤษได้รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

รายการรถยนต์ Top Gear อันโด่งดังของอังกฤษ เริ่มต้นซีซั่นที่ 19 อย่างตื่นตาตื่นใจตามสไตล์ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การวาดลวดลายของ Stig นักขับรถทดสอบที่สามารถควบ Pagani Huayra รอบสนามของ Top Gear ด้วยเวลาเพียง 1:13.8 นาที เหนือกว่ารถเจ้าของสถิติเดิมอย่าง Arial Atom ที่ทำไว้ 1:15.1 นาทีถึงเกือบสองวินาที
ก่อนหน้านี้ Pagani Zonda R เคยทำเวลาได้ที่ 1:08.5 นาที ขณะที่ Ferrari FXX ซึ่งขับโดยแชมป์โลกเอฟวัน Michael Schumacher เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1:10.7 แต่รถทั้งสองคันไม่สามารถขับขี่ได้บนถนนทั่วไป
Huayra ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง V12 ความจุกระบอกสูบ 6.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 730 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร นำพาตัวถังที่มีน้ำหนักเพียง 1,350 กก.ให้พุ่งจาก 0-100 กม./ชม.ในเวลา 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 370 กม./ชม.

AAS เปิดตัว Bentley Continental GT Speed “สุดยอดยนตรกรรมหรูจากอังกฤษ”


บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมหรูจากอังกฤษ ที่สุดของความสมบูรณ์แบบและความทรงพลังอย่างเต็มพิกัด เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทอล จีที สปีด (Continental GT SPEED) ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ณ โชว์รูม Performance Auto Gallery (PAG) ชั้น 2 สยามพารากอน

เบนท์ลี่ย์ส่งรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพความเร็วสูงสุดออกมาให้ได้ยลโฉมแล้ว นั่นคือ คอนติเนนทัล จีที สปีด คูเป้ (Continental GT Speed Coupe) ซึ่งสามารถทะยานไปได้ไกลอย่างไม่หยุดยั้งถึง 205 ไมล์ต่อชม. (329 กม./ชม.) จีที สปีด (GT Speed) คันนี้จะออกมาตอบโจทย์บรรดาแฟนๆ ผู้ที่ ชื่นชอบและหลงใหลรถที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่โดดเด่น ปราดเปรียว มีรูปลักษณ์การออกแบบที่ไม่เหมือนใครและเต็มไปด้วยความสปอร์ตที่หรูหราอย่างมีระดับได้เป็นอย่างดี

พละกำลังเครื่องยนต์ของคอนติเนนทัล จีที สปีด (Continental GT Speed) ใหม่ล่าสุดได้มาจากเครื่องยนต์ขนาด 6 ลิตร 48 วาล์ว ทวินเทอร์โบ W12 และสามารถสร้างกำลังเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 616 แรงม้า หรือ 460 กิโลวัตต์ ที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 329 กม./ชม.
พละกำลังเครื่องยนต์ที่เหนือชั้นของรุ่นจีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้จะส่งผ่านกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่มีอัตราการทดเกียร์ที่สั้นและทรงประสิทธิภาพเหนือใคร ผู้ขับขี่จะปรับเปลี่ยนระดับเกียร์ผ่านการควบคุมด้วยซอต์ฟแวร์เพื่อการทำงานที่ลงตัว อีกทั้งยังช่วยในการลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลงอีก 12% และช่วยลดอัตราการปล่อยมลพิษอีกด้วย
ความท้าทายในการพัฒนาประสิทธิภาพของจีที สปีด (GT Speed) คันนี้คือการปรับเปลี่ยนตัวถังซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพวงมาลัย ระบบกันสะเทือน และระดับความสูงต่ำของรถด้วยเช่นกัน ล้อมาตรฐานกับล้อ 21 นิ้วลาย Speed Wheels ที่มาพร้อมกับยาง Pirelli PZero ขนาด 275 35 R21 ที่ทำงานคู่กันได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือความสปอร์ตที่เพิ่มมากขึ้น การรักษาเสถียรภาพของรถได้มากขึ้น และแน่นอนการทรงตัวและการเกาะถนนก็ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
มร. Wolfgang Dürheimer ประธานกรรมการและกรรมการบริหารจากเบนท์ลี่ย์ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ จีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้ไว้ว่า:
“เกือบจะทศวรรษแล้วที่เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที (Continental GT) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นแกรนด์ทัวริ่งที่ เหนือชั้นทั้งในเรื่องของความหรูหรา ความทรงพลัง และพละกำลังที่มหาศาลจากเครื่องยนต์ W12 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และในตอนนี้จีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้จะออกมาพร้อมกับความเป็นสปอร์ตมากขึ้น และพร้อมจะเข้าไปทำตลาดในส่วนของตลาดคูเป้แล้ว”
การออกแบบเน้นในเรื่องของรูปลักษณ์ที่ให้สัมผัสถึงความเป็นสปอร์ตที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวรถที่แข็งแกร่ง หรือความลงตัวของรูปทรงที่สง่างาม ตามรูปแบบความเป็นคอนติเนนทัล คูเป้ (Contiental Coupe) อีกชิ้นส่วนที่โดดเด่นคือตระแกรงหน้าแบบเมทริกซ์สีดำที่มาพร้อมกับช่องดักอากาศด้านล่างและปลายท่อไอเสียแบบ ‘rifled’ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว
จีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของรถที่เหนือชั้น และมาพร้อมกับความสะดวกสบาย และงานฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ อุปกรณ์และชิ้นส่วนภายในต่างๆ ได้รับการคัดสรรและเลือกใช้แต่วัสดุที่มีคุณภาพ ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วย Mulliner Driving Specification มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการผสมผสานความร่วมสมัยที่หรูหราอย่างมีระดับเข้าไว้กับลักษณะความเป็นสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ระบบขับเคลื่อนจะใช้ระบบเดียวกันกับที่ใช้ในคอนติเนนทัล (Continental) รุ่นอื่นๆ นั่นคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent all-wheel drive ที่ติดตั้งควบคู่กับชุดเฟืองท้าย Torsen differential เพื่อให้ได้มาซึ่งพละกำลังที่มหาศาลรวมไปถึงแรงบิดที่เหนือชั้นสำหรับจีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดคันนี้ อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจในเรื่องของการ เกาะถนนและทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยมไม่ว่าจะอยู่สภาพถนนหรือสภาพอากาศแบบใดก็ตามที
จีที สปีด (GT Speed) ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Goodwood Festival of Speed ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้นไป
สำหรับประเทศไทย ท่านสามารถค้นหาหรือสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ พร้อมให้บริการรถเบนท์ลี่ย์ของท่าน และซื้อรถยนต์เบนท์ลี่ย์จากทางเอเอเอสฯ เท่านั้นที่สามารถได้สิทธิ์การรับประกันจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมการบริการดูแลและบำรุงรักษารถยนต์เบนท์ลี่ย์จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ตลอด 5 ปี (5 Years Free Service Package) มากกว่านั้นเอเอเอสฯ ยังมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลารับประกัน และบริการสายด่วนให้คำแนะนำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง* โดยรถยนต์เบนท์ลี่ย์ที่ซื้อจากทางเอเอเอสฯ เท่านั้น ที่จะสามารถเข้ารับบริการจากศูนย์บริการของทาง เอเอเอสฯ ได้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้ที่ โทร. 02-522-6703 หรือ 02-610-9911 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่http://www.bentleymotors.com

Kia เพิ่มรุ่น Soul Shaker ครอสโอเวอร์สำหรับเมืองใหญ่รุ่นพิเศษ


Kia เปิดตัวรถครอสโอเวอร์รุ่นพิเศษ Soul Shaker สำหรับทำตลาดสหราชอาณาจักร เคียงข้างกับรุ่นย่อยเดิมที่ออกจำหน่ายในเวลานี้อย่าง Soul Quantum และ Soul Inferno

Soul Shaker จะโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นด้วยการสาดสีตัวถังแบบเมทัลลิกสองสไตล์ Vanilla Shake และ Quartz Black พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ในห้องโดยสารไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก มีเพียงผ้าหุ้มเบาะที่นั่งใหม่ ซันรูฟและกระจกหลังปรับแสงอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นและระบบเชื่อมต่อบลูทูธและเครื่องเล่น iPod
เครื่องยนต์มีให้เลือกสองแบบ เริ่มจาก 1.6 ลิตร CRD ให้พละกำลัง 126 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตรและ 1.6 ลิตร GDI ให้เรี่ยวแรงที่ 138 แรงม้า แรงบิด 165 นิวตันเมตร ซึ่งทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ในเวลา 10 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
Kia Soul Shaker ออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ราคาเริ่มต้น 15,295 ปอนด์

Toyota เบียด GM คืนบัลลังก์เบอร์หนึ่งโลกอย่างเป็นทางการ Volkswagen รั้งอันดับสาม


เว็บไซต์ข่าวยานยนต์ TheDetroitBureau.com รายงานว่า Toyota ได้ทวงบังลังก์ค่ายรถยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกในด้านยอดขายกลับคืนมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสามารถขายรถได้มากถึง 9.75 ล้านคันในปี 2012 ที่ผ่านมา นำหน้า General Motors ที่มีตัวเลขยอดขาย 9.29 ล้านคัน ขณะที่อันดับสามคือ Volkswagen มียอดขาย 9.1 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นยังคงพลาดเป้ายอดขายที่กำหนดไว้เมื่อต้นปี 2012 สาเหตุหลักมาจากข้อพิพาทการเมืองกับประเทศจีน ทำให้ลูกค้าแดนมังกรบอยคอต ลดการซื้อสินค้าทุกประเภทจากญี่ปุ่น ส่งผลต่อธุรกิจแทบทุกประเภท
Toyota เคยตกไปอยู่อันดับสามเมื่อปี 2011 หลังประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้ต้องปิดโรงงานผลิตไปถึงเจ็ดแห่งในเวลานั้น
สำหรับในตลาดบ้านเกิดประเทศญี่ปุ่น Toyota กวาดยอดขายถล่มทลายปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2011 ถึง 35% โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 2.4 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายทั่วโลกขยายตัว 23% อยู่ที่ 7.3 ล้านคัน ผลพวงจากยอดขายที่ก้าวกระโดดของรถไฮบริดอย่าง Prius
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของ Toyota ยังมีที่มาจากความต้องการซื้อของลูกค้าในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงด้วย
ขณะที่ในปี 2013 นี้ Toyota คาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 9.91 ล้านคัน ขณะที่ GM และ Volkswagen ยังไม่เปิดเผยเป้าจำหน่ายแต่อย่างใด

จับมืออย่างเป็นทางการ Daimler, Ford และ Renault-Nissan ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนฟิวเซล


สามกลุ่มยานยนต์ยักษ์ใหญ่ Daimler, Ford และ Renault-Nissan จับมือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการแล้วในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนฟิวเซล หลังจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เรารายงานข่าวลือการผูกสัมพันธ์ครั้งนี้ไปแล้ว

ทั้งสามค่ายรถจะผนึกกำลังกันสร้างรถไฮโดรเจนฟิวเซลออกจำหน่ายภายในปี 2017 โดยจะร่วมกันพัฒนาฟิวเซลสแต็กและระบบขับเคลื่อนเบื้องต้น แต่เมื่อถึงขั้นตอนการพัฒนารุ่นโปรดักชั่นแล้ว ทั้งสามค่ายจะมียานยนต์ที่ “แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
Daimler, Ford และกลุ่ม Renault-Nissan ยังจะร่วมกันกำหนดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้รถฟิวเซลของลูกค้าทั่วโลก รวมถึงการสร้างมาตรฐานชิ้นส่วนที่จำเป็นในการใช้งานอีกด้วย
ทั้งนี้ รถฟิวเซลขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยใช้ฟิวเซลสแต็กเป็นเหมือนศูนย์กลางในการทำปฏิกิริยาเคมีระหว่างไฮโดรเจน (เก็บในถังแรงดันสูง) และออกซิเจน (จากอากาศทั่วไป) โดยสิ่งที่ได้จากท่อไอเสียอย่างเดียวคือน้ำเปล่า ปราศจากมลพิษอย่างสิ้นเชิง
การผนึกกำลังกันครั้งนี้จะทำให้ตลาดฟิวเซลดุเดือดเลือดพล่านในอนาคตอย่างแน่นอน หลังจาก Toyota และ BMW เพิ่งจับมือกันพัฒนาเทคโนโลยีเดียวกันนี้เช่นกัน

Volkswagen E-Golf รถคอมแพกต์พลังงานไฟฟ้า จ่อเปิดตัวกลางปีหน้า


Volkswagen ออกมายืนยันแล้วว่าจะเพิ่มเวอร์ชั่นพลังงานไฟฟ้าให้แก่ Golf รถคอมแพกต์ยอดนิยมเจนเนอเรชั่นที่เจ็ดรุ่นใหม่ล่าสุด เตรียมเปิดตัวออกทำตลาดในช่วงกลางปี 2014 หรืออีกแค่ปีกว่าๆนับจากนี้เป็นต้นไป

รายงานข่าวระบุว่า รถพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ของ VW อาจใช้ชื่อว่า E-Golf ในการออกจำหน่าย โดยจะมาพร้อมสรรพทั้งรูปโฉมแฮทช์แบ็กแบบสามประตูและห้าประตู รูปลักษณ์ภายนอกของเวอร์ชั่นพลังไฟฟ้าจะไม่แตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซินแต่อย่างใด
มอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกติดตั้งอยู่ในห้องเครื่อง ขณะที่ชุดแบตเตอรี่จะฝังอยู่ใต้เบาะที่นั่งกินเนื้อที่มาถึงพื้นใต้ท้องรถ ซึ่งจะทำให้ E-Golf มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 200 กก.
มีการประเมินว่า E-Golf จะขับเคลื่อนได้ระยะทางสูงสุดกว่า 270 กม.จากการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 133 กม./ชม. จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่อย่างมาก
Martin Winterkorn ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Volkswagen ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขค่าตัวของ Golf EV แต่เปรยว่าอาจจะสูงกว่า 40,000 ยูโรเล็กน้อย ซึ่งค่อนข้างแพงทีเดียวเมื่อเทียบกับรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ
ทั้งนี้ E-Golf จะไม่ใช่รถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ออกจำหน่ายของ Volkswagen เพราะยักษ์เยอรมันกำลังเตรียมความพร้อมเปิดตัว Up! รถขนาดมินิพลังไฟฟ้าที่งานแฟรงเฟิร์ต มอเตอร์โชว์ เดือนกันยายนนี้ ก่อนออกจำหน่ายในช่วงปลายปี

Kia Optima สวมชุดฮีโร่ซูเปอร์แมน ระดมทุนช่วยเหลือคนยากไร้ในแอฟริกา


Kia เคยสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรถรุ่นพิเศษที่ตกแต่งในธีมซูเปอร์ฮีโร่ เริ่มจากการเผยโฉม Optima เวอร์ชั่น Batman ซึ่งถูกตกแต่งด้วยค้างคาวทั้งตัวถังภายนอกและห้องโดยสารภายใน มาจนถึงรถอเมริกันฮีโร่อีกหลายรุ่น ล่าสุดค่ายรถจากเกาหลีส่งทีเซอร์รถตกแต่งพิเศษรุ่นใหม่ล่าสุด “Superman Optima Hybrid” อีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ที่คนทั้งโลกรู้จักดี

Superman Optima Hybrid จะมาร่วมฟลีตกู้โลกกับ Batman Optima, Aquaman Rio hatch, Cyborg Forte hatch, Flash Forte Koup และ Green Lantern Soul
ภาพทีเซอร์ที่ทาง Kia เปิดเผยออกมานั้นแสดงให้เห็นรถคอมแพกต์สี่ประตูสาดตัวถังสีน้ำเงิน แดงและเหลืองเอกลักษณ์ของซูเปอร์แมน พร้อมกับประทับโลโก้ตัว S บนฝากระโปรงอย่างโดดเด่น กระจังหน้าถูกปรับดีไซน์ใหม่ แต่งเติมด้วยเส้นสายสีแดงพร้อมเคลือบกรอบไฟหน้าด้วยสีแดงเช่นกัน
หลายคนอาจคิดว่าดีไซน์ออกจะหวือหวาเกินเหตุและไม่โดนใจเท่าใดนัก แต่ Kia ออกแบบรถเหล่านี้ด้วยเป้าหมายสนับสนุนโครงการเพื่อการกุศล “We Can Be Heroes” ของบริษัทผู้พัฒนาตัวละครฮีโร่ DC Entertainment มุ่งช่วยเหลือผู้คนที่ขาดแคลนและอดอยากในทวีปแอฟริกา
Kia Superman Optima จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ที่งานชิคาโก ออโต้โชว์

Mazda ประกาศสร้างโรงงานผลิตเกียร์สำหรับขุมพลัง Skyactiv แห่งใหม่ในประเทศไทย


Mazda ประกาศเตรียมสร้างโรงงานผลิตระบบส่งกำลังแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากโรงงานประกอบรถยนต์ AAT ของ Mazda และ Ford เพียง 5 กิโลเมตร โดยจะว่าจ้างพนักงานราว 500 คนสำหรับทำงานในโรงงานแห่งนี้ซึ่งมีศักยภาพการผลิตชุดเกียร์สำหรับเครื่องยนต์ Skyactiv ได้ 400,000 ลูกต่อปี

โรงงานผลิตเกียร์แห่งใหม่ของ Mazda ในประเทศไทย คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายในปี 2015 โดย Mazda ทุ่มงบประมาณทั้งหมด 26,000 ล้านเยนสำหรับการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรทั้งหมด ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ยักษ์ญี่ปุ่นรายนี้ต้องการตอบสนองความต้องการใช้รถประหยัดเชื้อเพลิงภายใต้เทคโนโลยี Skyactiv ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
ถึงแม้ว่าโรงงานผลิตเกียร์ของ Mazda แห่งใหม่ในประเทศไทยจะส่งชุดเกียร์ไปประกอบในโรงงานเครื่องยนต์หลายแห่งทั่วโลก แต่ศูนย์การผลิตระบบขับเคลื่อนหลักของค่ายรถญี่ปุ่นแบรนด์นี้ยังคงอยู่ที่เมือง Hofu ประเทศญี่ปุ่น
“Mazda กำลังสร้างเครือข่ายการผลิตในระดับโลกเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายยอดขาย 1.7 ล้านคันต่อปีภายในเดือนมีนาคม 2016 โรงงานที่ชลบุรีจะมีระบบการผลิตที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าแบบยืดหยุ่น เราจะใช้ความเชี่ยวชาญจากโรงงานประกอบรถยนต์ AAT ในการสร้างความสำเร็จร่วมกับคนไทยต่อไป” Takashi Yamanouchi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mazda กล่าว

Subaru กลับลำ เตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นแรก อาจเป็น Forester ที่นิวยอร์ก ออโต้โชว์


สื่อยานยนต์ต่างประเทศรายงานตรงกันว่า Subaru เตรียมเดินทางสู่งานนิวยอร์ก ออโต้โชว์ เดือนมีนาคมนี้ พร้อมนำรถไฮบริดเบนซิน-ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทออกโชว์ตัวด้วย ถือเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่หลังจากค่ายรถญี่ปุ่นรายนี้ปฏิเสธการทำตลาดรถขุมพลังลูกผสมมาโดยตลอด แต่ด้วยการแข่งขันที่เข้มข้นทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นทำให้ต้องเปลี่ยนแผนยุทธศาสตร์ในที่สุด

ถึงแม้ว่าข้อมูลทางเทคนิคจะยังเป็นความลับ แต่เชื่อกันว่า Subaru จะพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดร่วมกับ Toyota ซึ่งครอบครองหุ้นใหญ่ใน Fuji Heavy Industries บริษัทแม่ของ Subaru อยู่ 16.5% มีความเป็นไปได้ว่าเครื่องยนต์ไฮบริดตราดาวลูกไก่จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน 2.0 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน
ข่าวลือหนาหูยังระบุด้วยว่า 2014 Forester ซึ่งเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานจะเป็นรถ Subaru คันแรกในประวัติศาสร์ที่ใช้ระบบไฮบริด ก่อนที่จะขยายไปสู่อีกหลายผลิตภัณฑ์ รวมถึงรถสายพันธุ์แรงอย่าง Impreza ด้วย
รถไลน์ไฮบริดของ Subaru จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึงระดับ 30% ภายในปี 2015 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมนั้น สาวกเครื่องยนต์สูบนอนต้องอดใจรออีกเล็กน้อย คาดว่าจะได้รับการเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ภาพสปายช็อตล่าสุด Ferrari F150 ประตูแบบปีกนก จ่ออวดโฉมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า


กลยุทธ์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Ferrari นั้นแตกต่างจาก McLaren อย่างสิ้นเชิง เพราะ McLaren เผยโฉมรูปทรงของซูเปอร์คาร์ P1 เกือบทั้งหมดรวมถึงส่งวีดีโอโปรโมทออกมาด้วย แต่กลับเก็บข้อมูลทางเทคนิคเป็นความลับ ขณะที่ Ferrari เปิดข้อมูลเชิงเทคนิคของซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่รหัส F150 แต่ไม่เปิดเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงเสียทีจนแฟนๆต้องลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

Amedeo Felisa ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ferrari ออกมาเปิดเผยว่า F150 จะใช้ขุมพลัง V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ มาพร้อมกับระบบสำรองพลังงาน HY-KERS เทคโนโลยีเอฟวันซึ่งถูกใช้ครั้งแรกใน 599 GTB โดยจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวทำงานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ผลิตพละกำลังเกินหลัก 800 แรงม้า
สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของ F150 ถูกจับภาพสปายช็อตไว้ได้มากมาย แต่ล่าสุดนับเป็นครั้งแรกที่ตัวตายตัวแทนของ Enzo รุ่นนี้วิ่งอยู่บนถนนในเมืองมาราเนลโล ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ Ferrari แม้ถูกพรางตัวอย่างแน่นหนา แต่ก็เผยให้เห็นรูปทรงบริเวณด้านข้างตัวรถที่บ่งบอกว่าเป็นประตูแบบปีกนก รวมถึงชิ้นส่วนทรงกล่องบริเวณดิฟฟิวเซอร์ที่อาจเป็นระบบสำรองพลังงาน KERS ก็เป็นได้
แฟนพันธุ์แท้ม้าลำพองอดใจรออีกไม่นาน เพราะ Ferrari ยืนยันแล้วว่าจะเผยโฉม F150 ตัวจริงในเดือนกุมภาพันธ์แน่นอน

Jaguar ไฟเขียวรถคอมแพกต์ซีดาน แต่เลื่อนแผนผลิตรถครอสโอเวอร์


รายงานข่าวล่าสุดของนิตยสาร Autocar ระบุว่า Jaguar ใกล้ที่จะอนุมัติแผนการผลิต X-Type รถคอมแพกต์ซีดานเจนเนอเรชั่นต่อไปแล้ว โดยจะพัฒนาบนโครงสร้าง Premium Lightweight Architecture ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับ Range Rover ใหม่เช่นกัน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังประหยัดเชื้อเพลิงบล็อก 4 สูบหลากหลายระดับความแรง

แบรนด์สุดหรูจากเมืองผู้ดียังเตรียมลดต้นทุนการผลิตด้วยการแบ่งปันชิ้นส่วนของ X-Type กว่า 90% ร่วมกับ XF และ XJ เจนเนอเรชั่นต่อไปด้วย
Adrian Hallmark ผู้อำนวยการของแบรนด์ Jaguar ระดับโกลเบิลยอมรับตามตรงว่า รถคอมแพกต์ซีดานของบริษัทอาจจะไม่สามารถแข่งขันกับ BMW และ Mercedes ได้อย่างสูสีเท่าใดนัก
“Audi ต้องใช้เวลา 20 ปีกว่าจะมาถึงวันนี้ การที่เราจะเปิดตัวแล้วขึ้นไปเป็นผู้นำเลยอาจจะเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเราจะต้องขยายธุรกิจของเราให้ทำกำไรเสียก่อน แล้วจึง่ค่อยๆพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” Hallmark กล่าว พร้อมกับชี้ว่า Jaguar จะแตกไลน์รถระดับคอมแพกต์หลากหลายรูปโฉมตัวถัง ไม่ว่าจะเป็นซีดาน คูเป้ คอนเวอร์ทิเบิลและวากอน
การตัดสินใจเดินหน้าผลิตรถซีดานรุ่นเริ่มต้น ทำให้แผนการพัฒนาครอสโอเวอร์ต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน “ถึงแม้ว่าตลาดรถเอสยูวีกำลังเติบโต แต่ตลาดซีดานก็มีขนาดใหญ่กว่าถึงสองเท่า โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา” Hallmark กล่าว พร้อมชี้ว่า ในเมือ Land Rover ก็ผลิตรถครอสโอเวอร์แล้ว Jaguar ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งผลิตรถอเนกประสงค์ออกมาแต่อย่างใด

Bangkok Motor bike festival 2013 ..อยากขี่อยากได้ ชอบดู ต้องไปงานนี้


 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วกับ มหกรรมสองล้อต้นปีในงาน Bangkok Motor Bike Festival 2013  ที่จัดขึ้นย่างอลังการที่เซ็นทรัล เวิล์ด และในปีนี้ ค่ายมอเตอร์ไซค์ต่างๆมากมาย ก็ยังเดินหน้าเข้าร่วมงานมหกรรม ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานสุดยอดของสาวกสองล้อในบ้านเรา
                งานในปีนี้ กลับมาพร้อมคอนเซปต์ในงานง่ายว่า fuel Of Life  หรือเติมพลังให้แก่ชีวิต  ซึ่งรวมเรารถมอเตอร์ไซค์มากมายเข้ามาไว้ด้วยกัน ที่วันนี้เราได้ตบเท้าเข้าชมงานและขอนำไฮไลท์เด็ดๆ มาบอกเล่าแก่สิบเพื่อนๆที่อยากจะไปงานกันสักหน่อย
                เดินเข้าเซ็นทรัลเวิล์ดบูธแรกที่ดูจะไม่แวะไม่ได้ก็เป็นค่ายมอเตอร์ไซค์ชื่อดัง  MV Augusta ชื่อเสียงที่ไม่คุ้นอาจจะทำให้หลายคนแปลกใจ แต่ถ้าคุณพบมอเตอร์ไซค์คันงามที่มาพร้อมพริตตี้สาวสุดเซ็กซี่ ก็คงไม่น่าพลาด แถมหนึ่งในนั้นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกด้วย งานนี้ไม่แวะคงไม่ได้
                ตั้งอยู่อีกด้านเคียงข้างกันเป็นค่าย KTM  ที่มาพร้อมรถมอเตอร์ไซค์หลากรุ่นที่มาให้คบหา ไม่ว่าจะสปอร์ตหรือ วิบากมีให้เลือกคบ แต่ไฮไลท์ของบูธนี้อยูที่ เจ้าสปอร์ต 4  ล้อ  KTM X-Bow  ที่มาให้ได้ยลโฉมตัวจริงๆ กันอย่างใกล้ชิด
                ตรงเข้าไปจากแถวนั้น ก็จะพบกับบูธของค่ายมอเตอร์ไซค์ Kawasaki ที่งาน Bangkok Motor Bike Festival ปีนี้ ยังคงดาวเด่นกับรถตระกูลสปอร์ต  Ninja  ที่มีให้เลือก ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ตามความชอบ และแน่นอนว่าคุณสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้
                ด้านโซนลิฟท์แก้วในเซ็นทรัลเวิลด์ ปีนี้ครองใจด้วย  Honda Big wing  ที่ในงานปีนี้มาเปิดขายเน้นที่สามรุ่นใหม่  Honda CBR 500R,CB500F  และ  CB500X  ซึ่งในงานี้ก็เพิ่งจะเปิดรับจองรุ่น CB500X  อย่างเป็นทางการ นั่นรวมถึงการปล่อยสองลายพิเศษใหม่ในรุ่นใหญ่ Honda CBR1000RR  กับลวดลาย Repsol  ให้บาดตาบาดใจ
                ขึ้นไปชั้นสอง Suzuki  ต้อนรับทุกคนที่เดินมาจาก  Skywalk  ด้วยสุดยอดมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ Suzuki Hayabusa แต่ที่น่าสนใจ อยู่ที่การโชว์ รถมอเตอร์ไซค์  Suzuki Inzuma 250  ซึ่งเท่าที่ไถ่ถามไม่ได้นำมาขาย แต่แสดงเพื่อดูกระแสจากลูกค้า โดยรถคันที่โชว์นี้เป็นรุ่นเครื่องยนต์ 250  ซีซี ส่วนจะมาขายในไทยหรือไม่งานนี้ต้องรอลุ้นกัน
                ด้านค่าย Yamaha  งานนี้หาเจอยากสักนิด เพราะดันไปแอบอยู่ตรงมุมไปหน่อย และที่ขาดไม่ได้ก็เป็นมอเตอร์ไซค์ที่หลายคนชื่นชอบ  Yamaha YZF-R1 ที่มาให้ชมกันอย่างใกล้ชิดและรถอื่นๆอีกมากมาย ที่นำมาให้ชมกันอย่างจุใจ
                ในงานนี้นอกจากการจัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงจัดจำหน่ายรถให้เลือกคบหาด้วยแล้ว ยังมีการแสดงสตันท์ รวมถึงการแข่งขันจิมคาน่าที่ลานหน้าห้าง ...เอาเป็นว่าใครที่สนใจ ก็สามารถไปชมกันได้ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 3กุมภาพันธ์นี้

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

เผยโฉมภายนอก-ภายในของรถ “Acura NSX Concept” รุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว


ที่งานในปีนี้อย่าง 2013 NAIAS นั้นทาง Acura ได้เปิดเผยแนวคิดใหม่ของพวกเขาด้วยรถแบบ NSX Concept ที่โชว์ผลงานวิวัฒนาการของการออกแบบรุ่นต่อไปเป็นรถแบบ Supercar มากขึ้นรวมถึงการออกแบบรวมทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแตกต่างออกไปและสิ่งแรกที่เรานั้นเห็นแตกต่างก็คือภายในตัวรถของ NSX นั้นดูแตกต่างจากเดิมไปมาก
“วิวัฒนาการต่อไปของการออกแบบ Acura NSX Concept นี้จะทำให้เราเห็นถึงการออกแบบที่แท้จริงที่ทำเราเห็นการแต่งรถที่ฉีกแนวจากเดิมๆ เรากำลังทำให้ความคืบหน้าในการส่งมอบรถสู่ตลาดนั้นเร็วขึ้นและเรายังสร้างรถรุ่นใหม่ที่ออกมาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมากกว่าที่อื่นๆที่จะช่วยยกระดับของประสิทธิภาพและประสบการณ์แบบใหม่ของรถที่มีรูปทรงภายนอกที่สวยงามแปลกใหม่ในตลาดโลกคันนี้” Mike Accavitti รองประธานด้านการตลาดเผย
สำหรับ Acura NSX Concept รุ่นใหม่นี้นั้นอยู่บนพื้นฐานของการคาดหวังที่จะเห็นยานพาหนะ Acura เป็นผู้นำในการออกสู่ตลาดโลก และในคอนเซปต์ใหม่นี้ทางรถ Acura ยังคงรักษาช่วงล่างให้ต่ำและสัดส่วนอื่นๆในเชิงไดนามิกก็ใช้ตัวบอดี้เช่นเดียวกับรถรุ่น NSX Concept ที่แสดงในงานอย่าง 2012 North American International Auto Show โดยเน้นพื้นผิวที่สะอาดทันสมัยและเรียบง่ายปิดท้ายด้วยรายละเอียดเชิงลึกของ Supercar ที่บ่งบอกถึงทัศนะคติและให้ความรู้สึกถึงเทคโนโลยีชั้นสูง

แนวคิดใหม่ Acura NSX ยังมีรูปลักษณ์ที่สังเกตได้ง่ายด้วยการออกแบบภายในด้วยความสวยงามและมีศักยภาพมากกว่าเดิม โดยดีไซน์การออกแบบนั้นคือคอนเซปต์ “Human Support Cockpit” หรือการมีที่นั่งที่ซัพพอร์ตคนขับ โดยในรุ่นนี้นั้นทิศทางสินค้า Acura มุ่งเน้นไปที่ “การทำงานร่วมกันระหว่างคนและเครื่องจักร” และภายในตัวรถนั้นยังมีความโดดเด่นด้วยตำแหน่งการขับรถที่แปลกใหม่และใช้งานง่ายที่ช่วยลดความยุ่งเหยิงภายในช่วยให้คนขับรถนั้นได้รับประสบการณ์การในการขับขี่อย่างเต็มที่บนท้องถนน
“เพื่อความสอดคล้องกับการออกแบบรุ่นเดิมๆของ original NSX ความตั้งใจของเราคือการสนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์ของการขับรถซุปเปอร์คาร์ เพราะเรามุ่งมุ่นมาตลอดเกี่ยวกับแนวคิดสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างคนและเครื่องจักร และนี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้ Acura ก้าวไปข้างหน้า” Jon Ikeda หัวหน้าทีมออกแบบของ Acura Design Studio เผย
ด้วยจุดมุ่งหมายในการมอบประสบการณ์แบบใหม่ๆในแนวของ next-generation supercar แบบระบบไดนามิกที่มีประสิทธิภาพสูงด้านสิ่งแวดล้อม ทาง Acura ก็ได้ทำการประกาศผ่านสื่อเมื่อปีที่ผ่านมาว่า Acura NSX จะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบ direct-injected V-6 engine ที่ทำงานพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่คือระบบ Acura’s Sport Hybrid SH-AWD® (Super Handling All-Wheel Drive) ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อ
Acura Sport Hybrid SH-AWD นั้นจะเป็นระบบใหม่ทั้งหมด ด้วยเครื่องยนต์สามมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงระบบ hybrid system ที่ผสมผสานกับเทคโนโลยี vectoring ขับเคลื่อนสี่ล้อที่้ใช้ Hybrid ประสิทธิภาพสูงผ่านการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าถึงสามตัว คือ หนึ่ง-มอเตอร์เครื่องยนต์ V6, สอง-มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้าที่ใช้ระบบ (DCT) พร้อมกับปิดท้ายด้วยมอเตอร์ที่สามที่ช่วยส่งมอบแรงบิดในการเข้าโค้งและช่วยยกระดับการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพที่เหนือชั้น
The new NSX นั้นทำการพัฒนาโดยทาง global R&D team led โดยนักออกแบบและวิศวกรฮอนด้าของทาง Honda R&D Americas ที่ตั้งอยู่ใน Los Angeles, California และ Raymond, Ohio ส่วนรถแบบ new NSX นั้นจะถูกผลิตขึ้นในโรงงานที่ Central Ohio

เผยโฉมภายในของรถ “KIA Cadenza 2014″ ตีตลาดสหรัฐอเมริกา


ทางด้านค่ายรถยักษ์ใหญ่แดนกิมจิอย่าง Kia Motors America (KMA) นั้นได้ทำการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง 2014 Cadenza premium sedan ที่เป็นที่สุดของรถแบบเทคโนโลยีขั้นสูงของค่ายรถอย่าง KIA ตั้งแต่ขายมาในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ตามกระกาศอย่างเป็นทางการของ Cobo Hall ที่มาตั้งแต่ในงาน 2013 North American International Auto Show (NAIAS) ที่คอนเฟิร์มว่า KIA นั้นจะทำการเปิดตัวรถแบบ premium-sedan segment เข้าสู่ตลาดโลก
การออกแบบรถ Kia Cadenza นั้นช่วยกระตุ้นยอดขายของรถในไลน์อย่าง KMA’s lineup ซึ่งเป็นยานพาหนะแห่งแรงบันดาลใจและได้รับรางวัลมาด้วย รวมถึงใช้อุปกรณ์มาตรฐานและออฟชั้นต่างๆเช่น Advanced Smart Cruise Control (ASCC), Blind Spot Detection (BSD) และ Lane-Departure Warning System (LDWS) โดยรถแบบ Cadenza นั้นเผยว่า KIA จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในโชว์รูมภายในปี 2013
“ตั้งแต่การแนะนำของช่วงปีที่ผ่านมานั้นทำให้รุ่นที่สุดของรถอย่าง Optima SXL นั้นมีจำนวนมากขึ้นของลูกค้าที่ซื้อรถแบบ Sedan พร้อมกับสิ่งอำนวยความหรูมากขึ้นและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี รวมถึงรถในรุ่น Cadenza นี้นั้นจะเป็นตัวชูโรงของรถในสหรัฐอเมริกาและเมื่อเรานำมันเข้าไปขายในตลาดโลกนั้นเราสัญญาว่ามันจะเป็นรถที่สุดยอดและเป็นมาตรฐานของรถแบบpremium segment รุ่นอื่นๆ”


ในส่วนการปรับปรุงอื่นๆนั้นจะมีอย่างเช่นบริเวณพังผืดหน้ารถ, เสาบริเวณ C-pillars ซึ่งแสดงถึงการออกแบบรถ Kia Cadenza’s ในโฉมของยุโรปที่ชัดเจน รวมไปถึงด้านเครื่องยนต์นั้นจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V6 ของ Kia ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ประกาศเจตนารมณ์ที่จะให้ประสบการณ์การขับขี่นั้นเหนือสิ่งอื่นใด ที่นั่งภายในที่เหนือชั้นด้านการออกแบบให้การนั่งของผู้โดยสารทั้ง 5 นั้นสมดุลกัน ซึ่งองค์ประกอบเหล่านั้นรวมถึงเทคโนโลยีแบบต่างๆจนถึงขณะนี้นั้นยังไม่เคยถูกนำเสมอบนรถของ KIA รุ่นใดๆเลย เพื่อยกระดับ Cadenza Kia ให้เป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สหรัฐที่ทันสมัยที่สุดที่เคยมีมา