วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Ferrari จ่อเปิดตัว 458 “Scuderia” รีดพลัง 600 แรงม้าที่แฟรงก์เฟิร์ตปลายปีนี้


Ferrari เตรียมเปิดตัวซูเปอร์คาร์ 458 Italia เวอร์ชั่น “Scuderia” ที่มาพร้อมสมรรถนะที่แรงเร้าใจกว่าเดิมที่งานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2013 ซึ่งจะเปิดฉากในเดือนกันยายนนี้

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนบล็อก V8 ความจุ 4.5 ลิตร ของ 458 Italia Scuderia จะถูกอัพเกรดพละกำลังจากเดิม 562 แรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 600 แรงม้า พร้อมด้วยการปรับปรุง “เรดไลน์” สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้อีก 300 รอบ/นาที ไปอยู่ที่ 9,300 รอบ/นาที รวมถึงระบบระบายไอเสียชุดใหม่ที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นและส่งเสียงคำรามได้อย่างดุดันมากกว่าเดิม
ชุดแต่งแอโรไดนามิกจะถูกติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามาเช่นกัน โดยเฉพาะสปอยเลอร์บริเวณกันชนหลังที่ช่วยเพิ่มแรงกดท้ายขณะพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง รวมถึงการปรับลิ้นคันเร่งใหม่เพื่อตอบสนองเท้าขวาได้รวดเร็วกว่าเดิม
ระบบเบรกและช่วงล่างของเวอร์ชั่น Scuderia จะถูกปรับปรุงให้เหนือชั้นกว่า 458 รุ่นสแตนดาร์ด โดย Ferrari กำลังทำงานร่วมกับ Brembo เพื่อปรับระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกใหม่ รวมถึงระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติที่ผลิตโดย Getrag ก็ถูกปรับใหม่เช่นกันเพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวกว่า
การรีดน้ำหนักตัวรถลงอาจไม่ใช่เป้าหมายหลักของ Ferrari แต่คาดว่า 458 Scuderia จะเบากว่า 458 รุ่นปกติที่มีน้ำหนักราว 1,315 กก.
หลังจากเปิดตัวที่แฟรงก์เฟิร์ตแล้ว Ferrari 458 Scuderia พร้อมให้ลูกค้าจับจองทันที

ฉลอง 5 ทศวรรษ McLaren ส่งซูเปอร์คาร์ 12C ลิมิเต็ดเอดิชั่นเอาใจมหาเศรษฐี


McLaren เผยโฉมซูเปอร์คาร์ 12C ทั้งรุ่น Coupe และ Spider เวอร์ชั่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัด ฉลองการดำเนินธุรกิจครบรอบ 50 ปี

12C เวอร์ชั่น Coupe และ Spider รุ่นพิเศษออกแบบโดย McLaren Special Operations สาดสีตัวถังให้เลือกสามสไตล์คือ ดำ Carbon Black บรอนซ์เงิน Supernova Silver และส้มสุดสวย McLaren Orange พร้อมติดตั้งแผงกันชนหน้าใหม่ ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และประทับโลโก้ McLaren สีดำ
สำหรับไฮไลท์ในส่วนอื่นๆยังรวมถึงการติดตั้งเบรกคาร์บอนเซรามิก ล้ออัลลอยสีดำมีทั้งขนาด 19 นิ้วและ 20 นิ้ว ห้องโดยสารถูกอัพเกรดด้วยหนังชั้นดี ใช้พรมปูพื้นชุดใหม่และติดแผ่นฉลองการดำเนินงานห้าทศวรรษประทับบริเวณข้างประตูคนขับ
ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมชุดคลุมรถสุดสวยและพวงกุญแจคาร์บอนไฟเบอร์จัดเก็บในกล่องที่ออกแบบพิเศษสุดๆอีกด้วย
จำนวนการผลิตจะจำกัดเพียงแค่ 100 คัน โดยแบ่งเป็นรุ่น Coupe และ Spider อย่างละ 50 คัน สนนราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 196,000 ปอนด์สำหรับ Coupe และ 215,500 ปอนด์สำหรับเวอร์ชั่นเปิดประทุน Spider

ทนขาดทุนไม่ไหว Ford ประกาศปิดโรงงานผลิตในออสเตรเลียภายในปี 2016


Ford ไม่ฝืนตัวเลขขาดทุน ประกาศเตรียมปิดโรงงานผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ในประเทศออสเตรเลียในเดือนตุลาคม 2016 หรืออีกราวสามปีข้างหน้า

การตัดสินใจปิดโรงงานผลิตของ Ford ทำให้พนักงานในสายการผลิตกว่า 1,200 คนต้องตกงาน แต่ Ford ยืนยันว่าจะให้ความชอบธรรมตามกฎหมายทุกประการและพยายามหางานใหม่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย โดยพนักงานพันกว่าคนดังกล่าวทำงานอยู่ในโรงงานผลิตรถยนต์ใน Broadmeadows และโรงงานผลิตเครื่องยนต์ใน Geelong
ยักษ์ดีทรอยท์จะยกเลิกการจำหน่ายรถรุ่น Falcon ภายในปี 2016 เช่นกัน แต่ยืนยันว่าแผนการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ให้รถซีดานรุ่นนี้ในปี 2014 ยังคงดำเนินต่อไป ขณะเดียวกัน Ford ยังเตรียมเปิดตัวรถรุ่นสำคัญในออสเตรเลียเพิ่มเติมอย่าง Taurus, Explorer และ Mustang พร้อมกับเดินหน้ารักษาศูนย์ผู้แทนจำหน่ายกว่า 200 แห่งในแดนจิงโจ้ไว้เช่นเดิม
สำหรับเบื้องหลังการตัดสินใจปิดโรงงานผลิตเกิดจากสภาพทางการตลาดที่มีความท้าทายอย่างมาก อย่างต้นทุนการผลิตที่สูงและเกิดการแตกตัวของตลาดรถยนต์ โดยในช่วงสามปีหลังสุด Ford Australia ขาดทุนมากถึง 581 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“ฟอร์ดเปิดโชว์รูม ฟอร์ด กัลปพฤกษ์” พร้อมโชว์ Ford Raptor บน “Outdoor Display”


เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย ฉลองการเปิดโชว์รูมผู้จำหน่าย ฟอร์ด กัลปพฤกษ์ อย่างเป็นทางการ โดยโชว์รูมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรุกขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 140 แห่งภายในสิ้นปี พ.ศ. 2556

ฟอร์ด กัลปพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ โดยเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแบบครบวงจร และได้ถูกออกแบบและพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานล่าสุดของการออกแบบโชว์รูมฟอร์ดทั่วโลก หรือ Brand@Retail ซึ่งมีการจัดวางและตกแต่งพื้นที่ที่แสดงถึงรูปโฉมใหม่ที่มอบความสะดวกสบายพร้อมบรรยากาศที่เป็นกันเองสำหรับลูกค้าที่เข้ามารับบริการ นอกจากนี้ ยังมีบริเวณ Outdoor Display ซึ่งเป็นบรรยากาศสวนอันร่มรื่นและสามารถอำนวยความสะดวกสบายของลูกค้าอย่างสูงสุด และเป็นพื้นที่สำหรับโชว์สุดยอดรถกระบะพันธ์แกร่งอย่าง Ford Raptor โมเดลใหม่ล่าสุด ภาคต่อของ Ford Ranger ที่เราคงจะได้สัมผัสกันเร็วๆนี้อีกด้วย
ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ฟอร์ดยังได้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโชว์รูมและศูนย์บริการแต่ละแห่ง รวมถึงการจัดฝึกอบรมพนักงานใหม่ทุกระดับเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานการบริการระดับโลกที่เรียกว่า Quality Care ของฟอร์ด
และ“ฟอร์ด ยังคงยึดมั่นในการมอบบริการที่ดีเลิศ ด้วยพนักงานที่มีคุณภาพพร้อมให้การฝึกอบรมทางเทคนิคเพื่อให้เกิดพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสรรสร้างโปรแกรมสำหรับการบริการหลังการขายใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ และไม่ลืมที่จะพัฒนาบริการที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งๆขึ้นไป เพื่อทำตามทุกคำสัญญาที่เราให้ไว้กับลูกค้าของเรา”
โดยประเทศไทยจะยังคงเป็นศูนย์กลางทางการผลิตและส่งออกของฟอร์ด โดยการผลิตรถที่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน One Ford การขยายและพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการของฟอร์ดแสดงถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการเดินหน้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไป

ผลวิจัยชี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไว้วางใจนวัตกรรมรถ “ไร้คนขับ” แต่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ


Cisco Systems บริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาเผยผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า ผู้ขับขี่มากกว่าครึ่งหรือราว 57% ไว้วางใจในความปลอดภัยของนวัตกรรมขับขี่อัตโนมัติหรือรถที่ไร้คนขับขี่

ผลสำรวจในครั้งนี้ทำการสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภค 1,500 คนในสิบประเทศทั่วโลก ซึ่ง 57% บอกว่าจะนั่งโดยสารในรถที่ไร้คนขับซึ่งควบคุมโดยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ล้วนๆโดยที่ไม่ต้องพึ่งพามนุษย์แม้แต่น้อย โดยคนบราซิลติดอันดับหนึ่งที่ให้ความไว้วางใจมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 95% เลยทีเดียว ขณะที่คนบราซิล 92% บอกว่าไม่มีปัญหาหากจะให้ลูกหลานของพวกเขานั่งอยู่ในรถที่ไร้คนขับ
รองลงมาคือคนอินเดียที่บอกว่ารู้สึกปลอดภัยในเทคโนโลยีนี้อยู่ที่ 86% แต่เมื่อถามว่ายินยอมให้ลูกหลานของพวกเขานั่งในรถที่ขับไปบนถนนโดยคอมพิวเตอร์หรือไม่ ปรากฏว่าความไว้ใจลดเหลือ 69%
ที่น่าสนใจก็คือ คนญี่ปุ่นที่เป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์มีเพียง 28% เท่านั้นที่ไว้วางใจในการนั่งในรถไร้คนขับ และมีเพียง 27% ที่ยอมให้บุตรหลานของตนเองนั่งในรถประเภทนี้ ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในโลก

แต่งขาวอวบ Range Rover Evoque สวมบอดี้คิทชุดใหม่ของ Prior Design


สำนักแต่ง Prior Design เปิดตัวชุดบอดี้คิทเพิ่มความอวบหนาให้แก่รถอเนกประสงค์ขวัญใจของหลายคน Range Rover Evoque โฉมห้าประตู

ชุดแต่งของ Prior Design สามารถติดตั้งได้กับ Evoque ห้าประตูทุกเวอร์ชั่น เน้นดึงโป่งทั้งสปอยเลอร์ด้านหน้าและด้านหลัง ซุ้มล้อขนาดใหญ่และสเกิร์ตด้านข้าง ทุกชิ้นส่วนทำจากวัสดุดูราเฟล็กซ์ไฟเบอร์เสริมพลาสติก (FRP) ติดตั้งสะดวกง่ายดาย
เพื่อให้เข้ากับบอดี้คิทที่อวบอิ่ม ทาง Prior Design จึงเลือกใช้ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 22 นิ้ว สวมทับด้วยยางแก้มเตี้ยสุดๆ 295/30 R22 สำหรับช่วงล่างใช้ของแบรนด์ KW
ชุดแต่งดังกล่าวมีชื่อรุ่นว่า “PD650” สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,900 ยูโร แต่ยังไม่รวมค่าทำสีและค่าแรงติดตั้งแต่อย่างใด

Ford คาดการณ์รถยนต์ 2 ใน 3 จะใช้แต่เครื่องยนต์ 4 สูบภายในปี 2020


Ford ออกมาประเมินถึงแนวโน้มของตลาดรถยนต์ในอนาคตว่า ภายในปี 2020 สองในสามของรถที่โลดแล่นในสหรัฐอเมริกาจะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กอย่างบล็อก 4 สูบเท่านั้น

ผู้บริโภคกำลังหันไปใช้เครื่องยนต์ 4 สูบมากขึ้นในช่วงหลายปีหลังสุด ซึ่งยักษ์ใหญ่จากดีทรอยท์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยปัจจุบัน รถที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบคิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่ง แต่ Ford มองว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็นสองในสามเลยทีเดียว นั่นหมายถึงการล้มหายตายจากของเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง บล็อก V6 และบล็อก V8
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการประเมินของ Ford อาจจะเกินจริงไปหน่อย แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน
“ผมคิดว่า การคาดการณ์ของ Ford อาจจะเกินเลยไปแต่ก็เป็นไปได้” Bill Visnic บรรณาธิการอาวุโสของเวบไซต์ Edmunds.com กล่าว “หากคุณลองพิจารณาในทุกเซกเมนท์ ยกเว้นรถกระบะก็จะพบว่ามีแนวโน้มเช่นนั้นจริง แต่รถกระบะและเอสยูวีขนาดใหญ่ยังคงใช้เครื่องยนต์ V6 และ V8 ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้เครื่องยนต์เล็กลงภายในปี 2020 แน่นอน”
สำหรับรถยนต์นั่งทั่วไป ค่ายรถยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงจากเครื่อง V6 ไปใช้บล็อก 4 สูบ เทอร์โบชาร์จเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านความประหยัดเชื้อเพลิงที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่เครื่อง V8 ก็ถูกลดลงเหลือ V6 เช่นกัน

Lexus ซุ่มพัฒนา IS Coupe บนพื้นฐานของรถต้นแบบ LF-CC เปิดตัวปีหน้า


Lexus ตกเป็นข่าวว่ากำลังซุ่มพัฒนารถสปอร์ตสองประตู “IS Coupe” รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งจะออกจำหน่ายภายในปีหน้า แต่เราอาจได้ยลโฉมครั้งแรกภายในสิ้นปีนี้

รายละเอียดต่างๆยังถูกเก็บเป็นความลับ แต่ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า IS Coupe จะพัฒนาต่อยอดจากรถต้นแบบสุดสวย LF-CC (คันที่เห็นในภาพ) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่งานปารีส มอเตอร์โชว์ 2012 เครื่องยนต์จะใช้บล็อกเดียวกับ IS โฉมซีดาน โดยเป็นบล็อก V6 ความจุ 2.5 ลิตร พละกำลัง 204 แรงม้าและความจุ 3.5 ลิตรพลัง 306 แรงม้า
ขณะเดียวกัน มีความเป็นไปได้ว่า Lexus อาจเพิ่มเวอร์ชั่นไฮบริดที่ประกบคู่เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.5 ลิตรกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 220 แรงม้า
Lexus ยังปิดข่าวเงียบ โดยไม่ออกมายืนยันการพัฒนารถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับสูงเคยออกมาบอกว่า รถคูเป้จะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อแบรนด์และสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มอายุน้อยได้มากขึ้น

Daimler ย่องขอคำปรึกษา Ford เตรียมพัฒนาเครื่องยนต์ 3 สูบ เทอร์โบชาร์จ


Ford ถือว่ายืนอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ในการพัฒนาเครื่องยนต์บล็อกเล็กพ่วงเทอร์โบชาร์จ โดยประสบความสำเร็จกับการผลิตขุมพลัง EcoBoost 1.0 ลิตรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ที่น่าสนใจคือค่ายรถยักษ์ใหญ่จากดีทรอยท์รายนี้ยังไม่หวงข้อมูลอีกต่างหาก ล่าสุดมีรายงานว่า Ford ได้แบ่งปันรายละเอียดทางเทคนิคให้แก่เครือ Daimler โดยเฉพาะวิธีการพัฒนาขุมพลังให้รองรับมาตรฐานไอเสีย Euro 6
Roland Kemmler ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz ยอมรับกับเวบไซต์ Autonews Europe ว่า เครื่องยนต์บล็อกเล็กของ Ford “มีความน่าสนใจและน่าประทับใจอย่างมาก” พร้อมกับได้ปรึกษาหารือกับทีมวิศวกรของ Ford เกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องยนต์
Daimler กำลังซุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ความจุต่ำสำหรับการติดตั้งอยู่ใน Smart และ Renault Twingo อยู่ในเวลานี้ โดยมุ่งเน้นที่สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นและอัตราประหยัดน้ำมันที่ต่ำเป็นพิเศษ
คาดว่าเครื่องยนต์รุ่นใหม่ของค่ายดาวสามแฉกจะใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ มีเป้าหมายปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 96 กรัม/กม. อย่างไรก็ตาม การปรึกษาทางเทคนิคในครั้งนี้ต่อยอดจากความร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนฟิวเซลระหว่าง Ford, Daimler และ Renault ที่เคยประกาศออกมาก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายส่งรถไฮโดรเจนออกทำตลาดภายในปี 2017

Nissan พลาดท่า จ่อเรียกคืน Nissan March -Cube ทั่วโลก กว่า 841,000 คัน


กลับมาอีกครั้งสำหรับข่าวคราวการเรียกคืนรถยนต์ทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่ค่ายรถยนต์  Nissan ส่อแววต้องเรียกคืนรถยนต์ทั่วโลกกว่า  841,000 คัน หลังจากพบ พวงมาลัยไขน๊อตไม่ได้ตามค่ามาตรฐานจากโรงงาน


อีกครั้งที่มหากาพย์การเรียกคืนรถยนต์สร้างความแตกตื่นทั่วโลก เพื่อค่ายรถยนต์  Nissan   เตรียมการเรียกคืนรถยนต์สองรุ่นสำคัญ ได้แก่  Nissan Micra  หรือที่ในบ้านเรา รู้จักในนาม  Nissan March  เช่นเดียว กับรถยนต์ทรงกล่อง  Nissan Cube  ที่โดนหางเลขไปด้วย

                ตามการรายงานข่าวจากสำนักข่าว Reuters ในต่างประเทศระบุโดยกล่าว่า การเรียกคืนครั้งใหม่ของ  Nissan  นี้เป็นไปตามการรายงานผลการตรวจสอบของกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น ที่ตรวจสอบปัญหาดังกล่าวและพบว่าน๊อตที่ยึดพวงมาลัยในรถยนต์  Nissan March รุ่นที่ผลิตในปี 2002-2006  มีค่าแรงบิดไม่ถูกต้องตามที่วิศวกรได้ออกแบบ เช่นเดียวกับใน Nissan Cube ที่วางจำหน่ายญี่ปุ่น
                ทั้งนี้ภายหลังเหคุการณ์ดังกล่าว  Nissan  ได้ออกถ้อยแถลงการณ์ โดยยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และ ประกาศเรียกคืนรถยนต์ในหลายทวีปทั่วโลก ทั้งในยุโรป,อเมริกา,เอเชียและ ตะวันออกกลางทั้งหมด กลับเข้ามารับบริการตรวจสอบ ซึ่งจะใช้เวลากว่า 40  นาที และในบางคันอาจจะมีการเปลี่ยนชุดพวงมาลัยด้วย โดยหากไม่ได้รับการบริการความเสียหายของพวงมาลัยอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

อย่างไรก็ดีตามรายงานระบุว่า รถยนต์  Nissan March  ที่ถูกเรียกคืนครั้งนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิตในปี 2002-2006  นั่นหมายถึงไม่ได้มีผลต่อรถยนต์อีโค่คาร์รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ในขณะที่รถยนต์ที่น่าจะเป็นปัญหาดูเหมือนจะเป็น Nissan Cube  ซึ่งในประเทศไทยมีการนำเข้าโดยตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น

BMW Pininfarinia Gran Lusso Coupé รถสปอร์ตคูเป้ต้นแบบสุดหรู ลูกครึ่งเยอรมัน-อิตาลี


รถต้นแบบที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง BMW และบริษัทผู้ออกแบบยานยนต์ระดับโลก Pininfarinia เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในชื่อ “Gran Lusso Coupé” ที่งาน Villa d’Este Concours d’Elegance

Gran Lusso Coupé ถือเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของ BMW และ Pininfarinia มาพร้อมโฉมตัวถังแบบรถสปอร์ตคูเป้ขนาดฟูลไซส์ เพียบพร้อมด้วยความหรูหรา มิติที่ใหญ่โตและรายละเอียดอันพิถีพิถันในแบบอิตาเลียนลูกครึ่งเยอรมัน
ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าเอกลักษณ์ของ BMW ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ใช้วัสดุอลูมิเนียมสีด้านสลับด้วยสีดำมันเงา กรอบไฟหน้าขนาดเรียวเล็กเน้นความโฉบเฉี่ยว เส้นสายหลังคาอันปราดเปรียว พร้อมช่องดักอากาศที่ซุ้มล้อหน้า ขณะที่กรอบไฟท้ายเป็นแบบเรียบหรูสไตล์ minimalist ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียโครเมียมยกระดับภาพลักษณ์พรีเมียม

ในห้องโดยสารมีดีไซน์คล้ายกับบิ๊กซีดานอย่าง 7-series เพิ่มความโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุไม้สน Kauri Wood ที่หาได้ในประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้นซึ่งทาง BMW เคลมว่ามีอายุเก่าแก่ถึงกว่า 48,000 ปี
ข้อมูลทางเทคนิคยังไม่เปิดเผย แต่ยักษ์เยอรมันระบุว่า Gran Lusso Coupé ขับเคลื่อนด้วยบล็อก V12 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับที่วางอยู่ใน 7-Series มีความจุ 6.0 ลิตร 544 แรงม้า
ที่ผ่านมา BMW เปิดตัวรถต้นแบบที่งาน Villa d’Este Concours d’Elegance เป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา แต่ไม่เคยขึ้นสายการผลิตจริงเลยแม้แต่รุ่นเดียว ส่วน Gran Lusso Coupé คันนี้ก็เป็นรุ่นต้นแบบผลิตเพียงคันเดียวในโลกที่ไร้แววว่าจะได้เห็นรุ่นโปรดักชั่นอีกเช่นเคย

Chevrolet คอนเฟิร์มมัสเซิลคาร์ 2014 Corvette Stingray มีแรงม้า 455 ตัว


Chevrolet ประกาศยืนยันข้อมูลทางเทคนิคของรถอเมริกันมัสเซิลคาร์รุ่นใหม่ Corvette Stingray ที่เพิ่งเปิดตัวที่งานดีทรอยท์ ออโต้โชว์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ยักษ์ดีทรอยท์เปิดตัว Corvette Stingray เวอร์ชั่นคูเป้เมื่อเดือนมกราคม ตามมาด้วยรุ่นเปิดประทุนในเดือนมีนาคม แต่ไม่ได้บอกตัวเลขแรงม้าและแรงบิดอย่างเป็นทางการ ล่าสุดประกาศยืนยันเฉพาะรุ่นคูเป้ว่าเครื่องยนต์ V8 ความจุ 6.2 ลิตร รหัส LT1 จะมีพละกำลังสูงสุด 455 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 623 นิวตันเมตรที่ 4,600 รอบ/นาที
สำหรับรุ่นเปิดประทุน ทาง Chevrolet ยังเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ที่ 450 แรงม้า แรงบิด 609 นิวตันเมตรเช่นเดิม
ทั้งสองเวอร์ชั่นจะใช้ระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 7 สปีดเอาใจสาวกเหยียบคลัตช์-ยัดเกียร์ มาพร้อมระบบปรับรอบเครื่องยนต์อัตโนมัติหรือ Active Rev Match
นอกจากนี้ ทั้งรุ่นคูเป้และเปิดประทุนยังมาพร้อมกับการกระจายน้ำหนักที่ได้สมดุลหน้า-หลังแบบ 50-50 พร้อมด้วยระบบอิเลกทรอนิกช่วยผู้ขับขี่มากมาย อาทิ ระบบควบคุมการเลี้ยว (Active Handling System) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) และระบบตรวจจับแรงดันยาง

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Chevloret เปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ในกัมพูชาอย่างเป็นทางการ


เชฟโรเลต เปิดศูนย์ผู้แทนจำหน่ายแห่งใหม่ในกรุงพนมเปญ นครหลวงของประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ มุ่งขยายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดกัมพูชา อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เชฟโรเลต จับมือเป็นพันธมิตรกับยูไนเต็ด ออโต้ เทรดดิ้ง (United Auto Trading) บริษัทในเครือกู๊ดวิว
เทรดดิ้ง (Goodwill Trading) หนึ่งในผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในกัมพูชาซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 14 ปี โดยศูนย์ผู้แทนจำหน่ายเชฟโรเลต แห่งใหม่ซึ่งมีพื้นที่ 2,000 ตารางเมตรแห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2556 เป็นต้นมา ซึ่งยอดขายสองเดือนแรกพุ่งสูงเกินกว่ายอดขายของเชฟโรเลต ในกัมพูชาตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน เชฟโรเลต จัดจำหน่ายรถห้ารุ่นในกัมพูชา ได้แก่ สปาร์ก ครูซ และแคปติวา ซึ่งนำเข้าจากประเทศเกาหลี โคโลราโด นำเข้าจากประเทศไทย และทาโฮ นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา สำหรับในปี 2556 นี้
เชฟโรเลต เตรียมเปิดตัวและจำหน่ายมาลิบู และเทรลเบลเซอร์ ในกัมพูชาเพิ่มเติม
“เชฟโรเลต มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินหน้าขยายการเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปิดตัวศูนย์ผู้แทนจำหน่ายแห่งใหม่ในกัมพูชา” มร. มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท
เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ยูไนเต็ด ออโต้ เทรดดิ้ง เป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์และเปี่ยมด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญในตลาดรถยนต์ของกัมพูชา”
ศูนย์ผู้แทนจำหน่ายแห่งใหม่ครบคลุมเนื้อที่โชว์รูม 950 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการตกแต่งเอกลักษณ์ใหม่ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์เชฟโรเลต ในกัมพูชา สำหรับศูนย์บริการมีเนื้อที่ 1,050 ตารางเมตร ครบครันด้วยพื้นที่ 10 ช่องซ่อมและลิฟท์ยก 7 ตัวเพื่อบริการลูกค้าได้อย่างน่าประทับใจสูงสุด
“ตลาดรถยนต์กัมพูชามีขนาดเล็ก แต่เติบโตรวดเร็วมาก” มร. ตอง นอร์ม ประธานใหญ่ยูไนเต็ด ออโต้ เทรดดิ้ง กล่าว “เชฟโรเลต มีชื่อเสียงโด่งดังจากการผลิตรถที่มีคุณภาพและการบริการลูกค้าอันยอดเยี่ยม เรามีความมุ่งมั่นที่ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเชฟโรเลต ในการยกระดับส่วนแบ่งการตลาดในกัมพูชา”
“กลยุทธ์เพื่อการเติบโตของเราครอบคลุมตลาดที่มีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่องอย่างประเทศไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงตลาดเศรษฐกิจใหม่อย่างกัมพูชา” มร. กุสตาโว แดเนียล โคลอซซี รองประธาน ฝ่ายขาย
การตลาดและบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เป้าหมายระยะยาวของเราคือการเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ ขณะที่เป้าหมายในกัมพูชาคือการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556”
การเปิดศูนย์ผู้แทนจำหน่ายแห่งใหม่ในกัมพูชา เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการสร้างยอดขายด้วยการเพิ่มเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วทั้งภูมิภาคนี้ โดยตั้งเป้ายอดขายจะเติบโต 44 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 ไม่เพียงการเปิดศูนย์ผู้แทนจำหน่ายในกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขยายเครือข่ายในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และพม่า อีกด้วย
สำหรับในประเทศไทย เชฟโรเลต วางแผนขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเพิ่มเป็น 120 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 29 เปอร์เซ็นต์ เชฟโรเลต และผู้แทนจำหน่ายจะลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาทในการพัฒนาเครือข่ายและยกระดับการบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ในไตรมาสแรกของปี 2556 จีเอ็ม จำหน่ายรถภายใต้แบรนด์เชฟโรเลต ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จำนวนทั้งสิ้น 21,889 คัน เติบโต 17 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555

Honda ครองยอดขายอันดับหนึ่งเดือนเมษายน และเป็นผู้นำต่อเนื่องจากไตรมาสแรก


บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดขายรถยนต์ฮอนด้าเดือนเมษายนครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ด้วยยอดรวมทั้งสิ้น 20,202 คัน และมียอดขายสะสมรวม 4 เดือนแรกของปี (มกราคม – เมษายน) เป็นอันดับหนึ่งด้วยเช่นกัน มียอดรวมสูงถึง 92,404 คัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปี

ทั้งนี้ฮอนด้ายังสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในปีงบประมาณ 2555
(1 เมษายน 2555 – 31 มีนาคม 2556) ที่ผ่านมา ด้วยยอดจำหน่ายสะสมสูงถึง 240,675 คัน การครองยอดขายอันดับหนึ่งในเดือนเมษายนนี้จึงนับเป็นการเริ่มต้นปีงบประมาณ 2556 ของบริษัทฯได้อย่างแข็งแกร่ง
อีกครั้งหนึ่ง
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ยอดจำหน่ายรถยนต์ของฮอนด้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ของลูกค้าในโครงการคืนภาษีรถคันแรก ที่ฮอนด้ามีรถยนต์
ที่เข้าร่วมโครงการมากถึง 6 รุ่น ได้แก่ บริโอ้, บริโอ้ อเมซ, ซิตี้, ซิตี้ ซีเอ็นจี, แจ๊ซ และแจ๊ซ ไฮบริด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริโอ้ อเมซ ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมียอดจองรวมทั้งสิ้นกว่า 25,000 คัน
ล่าสุด ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และนับเป็นยนตรกรรมที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม พร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
ความปลอดภัยสูงสุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ทำให้มียอดจองมากกว่า 8,000 คัน ภายหลังการเปิดตัวได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น”
“ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้า การผลิตที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ให้กับสังคม เพื่อตอกย้ำพันธสัญญาของฮอนด้าในการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย เรามั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายทั้งปีได้กว่า 200,000 คันตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน” นายพิทักษ์กล่าวปิดท้าย

Mazda เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีอนาคต”SKYACTIV”


บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จัดงานเปิดตัวแนะนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่กำลังจะถูกนำมาผลิตเป็นรถยนต์คันจริงเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ภายใต้ชื่อว่า “เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ” SKYACTIV TECHNOLOGY ที่มาสด้ามุ่งมั่นทุ่มเทพัฒนาจนประสบความสำเร็จ จนวันนี้ได้เป็นเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด จนได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีและความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผนวกด้วย 4 หัวใจหลักของรถยนต์ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ทั้งเบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลังเกียร์ออโตเมติกและเกียร์ธรรมดา โครงสร้างตัวถัง และแชสซีส์ ที่พร้อมส่งมอบการขับขี่แบบ ซูม-ซูม สไตล์สปอร์ตของมาสด้า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความปลอดภัยสูงสุด โดยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้งหมดนี้จะอยู่ในรถในอนาคตของมาสด้าทุกรุ่น

มาสด้าเดินหน้าเปิดเผยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเพื่ออนาคต จัดงาน “The Next Generation Technology Forum 2013” โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากบริษัทแม่ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น โดยให้วิศวกรชาวญี่ปุ่นหลายคน มาถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มาสด้าได้คิดค้นจนประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมทุกชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นรถยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่กำลังจะนำมาใส่ในรถรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดนี้ คือ “สกายแอคทีฟ-จี” SKYACTIV-G ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินที่มีประสิทธิภาพสูงแบบไดเรค อินเจ็คชั่น ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของเครื่องยนต์เบนซินที่มีอัตราส่วนการอัดอากาศสูงสุดในโลก และเป็นอัตราส่วนกำลังอัดที่ไม่เคยมีมาก่อนสูงถึง 14:1 ส่งผลให้เครื่องยนต์ “สกายแอคทีฟ-จี” SKYACTIV-G เป็นเครื่องยนต์ที่มีระบบการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบและทรงพลัง แต่มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยแต่อย่างใด
“เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เรามองเห็นการเติบโตของรถยนต์ไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า โดยเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายใน จะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ผู้ใช้รถจำนวนมากยังคงใช้อยู่อย่างต่อเนื่องไปอย่างน้อยอีก 10 ปี อันที่จริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ยังคงสามารถพัฒนาประสิทธิภาพของพลังงานที่ได้รับจากเครื่องยนต์ในปัจจุบันให้ดีขึ้นกว่านี้ เพราะปัจจุบันพลังงานถูกนำมาใช้ได้เพียงแค่ 30% เท่านั้น มาสด้าจึงมุ่งมั่นในการคิดทบทวนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีนี้อีกครั้ง โดยเริ่มคิดจากศูนย์ เพื่อให้ได้การเผาไหม้เชิงอุดมคติ ด้วยทุกวิธีทางที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ และหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ก็คือ “สกายแอคทีฟ-จี” SKYACTIV-G

เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ให้ความประหยัดน้ำมันได้ในระดับสูงสุด ด้วยราคาที่เหมาะสม และยังคงให้ความรู้สึกสนุกสนานเร้าใจในการขับขี่อยู่เช่นเดิม ขณะนี้ โครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมยังไม่ได้มีความจำเป็น เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า แนวทางที่เราคิดค้นเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว” มร. คานาซาวา กล่าวเพิ่มเติม
นายโชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย รวมถึงระบบเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการให้การตอบรับเป็นอย่างดียิ่งต่อแบรนด์มาสด้า นอกจากเราจะมุ่งมั่นทุมเทในการพัฒนาสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วมาสด้าได้ลงทุนสร้างโรงงานการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่จังหวัดระยอง มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำลังการผลิตรถยนต์สูงถึง 290,000 คันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศไทย และมีประชากรอีก 140 ประเทศทั่วโลกที่กำลังขับรถยนต์มาสด้าที่ถูกผลิตขึ้นด้วยฝีมือของคนไทย โดยล่าสุดมาสด้าได้เพิ่มเงินลงทุนอีกกว่า 26,000 ล้านเยน เพื่อผลิตชุดเกียร์อัตโนมัติแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงถึง 400,000 ลูกต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปทั่วโลก พร้อมปณิธานอันแน่วแน่ที่จะร่วมแรงร่วมใจพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีศักยภาพให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลก
รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรม “สกายแอคทีฟ เทคโนโลยี” SKYACTIV TECHNOLOGY

1. SKYACTIV-G (สกายแอคทีฟ-จี)
คือเครื่องยนต์เบนซินแบบไดเรค อินเจ็คชั่น ที่ให้ประสิทธิภาพสูง เจเนอเรชั่นใหม่ที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการยานยนต์โลก นับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราแรงอัดอากาศในการเผาไหม้สูงที่สุดของโลก คืออัตรา 14:1 โดยที่เครื่องยนต์ไม่เกิดอาการน๊อค
- เป็นเครื่องยนต์เบนซินที่ผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องแรกที่มีอัตราแรงอัดอากาศสูงที่สุดในโลก คือ 14:1
- เป็นเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้และการจุดระเบิดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งในด้านอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดขึ้น และกำลังแรงบิดที่ดีขึ้นถึง 15%
- ยังคงสมรรถนะการขับขี่ประจำวันที่สมบูรณ์แบบ สนุกสนานเร้าใจ เพราะเพิ่มกำลังแรงบิดที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่รอบต่ำถึงปานกลาง
- ระบบไอเสียแบบ 4-2-1 การเพิ่มปริมาตรกระบอกสูบ ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ มัลติโฮล และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราส่วนการอัดอากาศในห้องเผาไหม้

2. SKYACTIV-D (สกายแอคทีฟ-ดี)
คือเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้สะอาดเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่สามารถผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียโลกโดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาสูงเพื่อลดไอเสีย – ระบบ Selective catalytic reduction SCR กำจัดไอเสีย และระบบ Lean NOx Trap (LNT) – เป็นผลงานล้ำค่าที่ได้มาจากเครื่องยนต์นี้ที่มีอัตราส่วนการอัดอากาศต่ำที่สุดในโลกที่ 14:1
- เนื่องจากอัตราส่วนการอัดอากาศที่ต่ำเพียง 14:1 จึงส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันประหยัดขึ้นถึง 20%
- ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2 ขั้นตอนใหม่ ให้การตอบสนองที่ราบเรียบและแม่นยำในรอบความเร็วต่ำจนถึงสูง และยังเพิ่มแรงบิดให้สูงขึ้นทั้งในรอบเครื่องยนต์ต่ำถึงรอบสูง (ให้แรงบิดสูงสุดได้ที่ 5,200 รอบต่อนาที)
- ผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียของโลก ได้แก่ Euro6 ในยุโรป, Tier2Bin5 ในอเมริกาเหนือ และข้อกำหนดของประเทศญี่ปุ่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาสูงเพื่อลดมลภาวะของไอเสีย

3. SKYACTIV-Drive (สกายแอคทีฟ-ไดร์ฟ)
คือระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเจเนอเรชั่นใหม่ที่ส่งถ่ายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผสมผสานข้อดีของระบบเกียร์อัตโนมัติทั้ง 3 แบบเข้าด้วยกัน ทั้งแบบดั้งเดิม (Conventional AT Transmission) แบบแปรผันที่ต่อเนื่อง (CVT) และแบบคลัชท์คู่ (Dual Clutch)
- ปรับปรุงประสิทธิภาพของการส่งถ่ายแรงบิดโดยออกแบบให้การขบกันของเกียร์มีช่วงที่กว้างขึ้น และยังให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับที่ได้รับจากการขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดา
- ปรับปรุงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันให้ประหยัดขึ้นถึง 4-7% เมื่อเทียบกับระบบเกียร์อัตโนมัติที่มีอยู่ในปัจจุบัน
4. SKYACTIV-MT (สกายแอคทีฟ-เอ็มที)
คือระบบเกียร์ธรรมดาเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัด ที่มาพร้อมกับความรู้สึกที่นุ่มนวลแม่นยำ ในขณะที่เปลี่ยนเกียร์ เฉกเช่นเดียวกับความรู้สึกที่ได้รับจากการขับรถสปอร์ต ถูกออกแบบให้ประสานการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ที่วางเครื่องยนต์ด้านหน้าและมีระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
- ช่วงชักของเกียร์สั้นและนุ่มนวล
- ลดขนาดและน้ำหนักลงได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างตัวถังใหม่
- เนื่องจากขนาดที่กะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา จึงทำให้การจัดวางเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- ปรับปรุงอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อันเป็นผลมาจากการลดแรงเสียดทานของกลไกภายใน

5. SKYACTIV-Body (สกายแอคทีฟ-บอดี้)
คือโครงสร้างตัวถังเจเนอเรชั่นใหม่ ที่ถูกพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นลง เป็นโครงสร้างที่คงความแข็งแกร่ง เสถียร และให้ความปลอดภัยสูงสุดจากแรงปะทะรอบทิศทาง
- มีความแข็งแกร่ง และมีน้ำหนักเบา (น้ำหนักลดลง 8% ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 30%)
- เป็นโครงสร้างที่มีความปลอดภัยสูงสุด
- โครงสร้างรูปแบบใหม่ ที่ชิ้นส่วนโครงสร้างถูกออกแบบให้มีความตรงและยาวที่สุดในแต่ละชิ้น และแนวคิดของโครงสร้างต่อเนื่องหรือ Continuous Framework ที่ทุกชิ้นส่วนจะถูกเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว
- โครงสร้างมีน้ำหนักเบาขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ของการเชื่อมชิ้นส่วน และเพิ่มการใช้เหล็กกล้าน้ำหนักเบา High Tensile Steel ทีมีคุณภาพสูง

6. SKYACTIV-Chassis (สกายแอคทีฟ-แชสซีส์)
คือแชสซีส์เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มีน้ำหนักเบา แต่ให้สมดุลที่สมบูรณ์แบบของทั้งการควบคุมการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด
- ช่วงล่างแบบอิสระที่พัฒนาขึ้นจากระบบสตรัท (หน้า) และมัลติลิงค์ (หลัง) ที่ให้ความแข็งแกร่งสูงและมีน้ำหนักเบา (น้ำหนักเบาขึ้น 14% เมื่อเทียบกับแชสซีส์ปัจจุบัน)
- ให้ความนุ่มนวลที่การขับขี่ความเร็วปานกลาง และให้เสถียรภาพที่ความเร็วสูง เพิ่มคุณภาพของความรู้สึกในห้องโดยสารในทุกความเร็ว ผ่านการทำงานที่ประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบของระบบช่วงล่างและระบบพวงมาลัย

Bentley เปิดตัว Continental GT Le Mans Editions ฉลอง 90 ปีรายการแข่งรถพันธุ์อึด


Bentley เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 90 ปีการแข่งขันรถพันธุ์อึด 24 Hours of Le Mans ด้วยการแนะนำยนตรกรรมสุดหรูสองรุ่นพิเศษเพื่อเป็นเกียรติแก่นักแข่งรถหกคนที่คว้าชัยชนะให้ Bentley

เริ่มจาก Mulsanne Le Mans รถซีดานซูเปอร์พรีเมียมมาพร้อมกับเบาะที่นั่งหุ้มหนังพรีเมียมตัดเย็บลวดลายเพชร แป้นเหยียบแบบเจาะรูกันลื่นและบันไดข้างประทับตรา “Le Mans Edition” นอกจากนี้ยังติดตั้งช่วงล่างแบบสปอร์ต ระบบไอเสียใหม่พร้อมปลายท่อสี่ชุดและล้ออัลลอยห้าก้านสีเข้ม
ขณะที่รถสปอร์ตคูเป้ Continental GT Le Mans ใช้เบาะที่นั่งหนังหุ้มหนังตัดเย็บลายเพชร เช่นเดียวกับพนักพิงศีรษะและบันไดข้างก็ประทับตรา Le Mans Edition มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้วและนาฬิกา Breitling Le Mans Edition ในห้องโดยสาร
Bentley จะผลิตรถเวอร์ชั่นพิเศษรุ่นละเพียง 48 คัน โดยมีการตกแต่งสีสันภายนอกที่แตกต่างกันออกไปหกรูปแบบเพื่ออุทิศให้แก่นักแข่งแชมป์เปี้ยนหกคน เตรียมออกจำหน่ายเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปีนี้

Ferrari 458 Spider แต่งเพิ่มสไตล์ ตัวถังสีสะดุดตาโดย A. Kahn Design


A. Kahn Design สำนักแต่งจากประเทศอังกฤษทำการโมดิฟายด์ซูเปอร์คาร์เปิดประทุน Ferrari 458 Spider แบบหอมปากหอมคอ เน้นเพิ่มสไตล์ให้โดดเด่นกว่าเดิม

ตัวถังภายนอกสะดุดตาอย่างมากด้วยสีฟ้า Grigio Alloy ใช้ล้ออัลลอยเนื้อฟอร์จสุดแกร่งที่มีสีสันให้เลือกหลากหลายรูปแบบพร้อมโลโก้ม้าลำพองแบบออริจินอลอยู่กลางดุมล้อ ช่วงล่างเปลี่ยนมาใช้ชุดใหม่โหลดให้ตัวรถเตี้ยลงกว่าเดิม คาลิปเปอร์เบรกสีดำทะมึนแนวดุดัน รวมถึงการปรับเปลี่ยนดีไซน์กันชนหน้าและหลังอีกเล็กน้อย
ในห้องโดยสารก็ได้รับการปรับแต่งใหม่เช่นกัน โดยทาง A. Kahn Design เลือกใช้สีดำแบบด้านเพิ่มบรรยากาศความสปอร์ตอีกระดับ

Autozkin นำเข้าชุดเพิ่ม Performance ท่อไอเสีย Akrapovic และล้อแม็กซ์ HRE


พสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโต้ซคิน จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกันรอยปกป้องสีรถ autozkin ร่วมกับ มร.ไบรนัล ชูว์ (Mr.Brinal Chua ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโต้วอร์ค บริษัทผู้นำเข้าและจำหน่ายชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาพเอเชียแปซิฟิค พร้อมผู้บริหารระดับสูง ร่วมจัดงานแถลงข่าวแนะนำชุดท่อไอเสียสายพันธ์รถแข่ง Akrapovic Car Exhaust Systems สุดยอดท่อไอเสียอัจฉริยะที่ผลิตด้วยวัสดุน้ำหนักเบา Titanium alloy พร้อมล้อแม้กซ์ HRE Performance Wheels ล้อแม็กซ์ชั้นนำจากอเมริกา ผลิตด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบาที่ดีที่สุดในโลกถึง 2 ชนิดคือ Forged aluminum และ Carbon Wheels ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อเป็นสินค้าชั้นนำที่นำเข้ามาเข้ามาเพื่อการปรับเพิ่มสมรรถนะรถยนต์ โดยภายในงานได้นำชุดล้อแม็กซ์ HRE Carbon Wheels ที่มีน้ำหนักเบาเพียง 6 กิโลกรัม/วงล้อ ที่มีการผลิตเพียงแค่ 15 ชุดในโลกเท่านั้น เข้ามาจัดโชว์ให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้ชมอีกด้วย ที่งาน Supercar & Import Car Show 2013 อิมแพ็คเมืองทองธานี

พสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บ.ออโต้ซคิน จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า “ บริษัท ออโต้ซคิน ดำเนินธุรกิจในด้านการจัดจำหน่ายพร้อมศูนย์ติดตั้งฟิล์มกันรอยปกป้องสีรถ Autozkin นวัตกรรมหนึ่งเดียวที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องสีรถจากสะเก็ดหิน และรอยขูดขีดทุกชนิด ซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดในการปกป้องสีรถในขณะนี้ Autozkin มีลูกค้าหลักเป็นกลุ่มรถหรู Luxury carและกลุ่มรถ Supercar กว่า 80 % ที่นำรถเข้ามารับบริการติดตั้งฟิล์มกันรอย ดังนั้นบริษัท จึงมีนโยบายในการขยายธุรกิจ ด้วยการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์เพื่อเพิ่มสมรรถนะรถยนต์ชั้นนำระดับโลก เข้ามาเสริมตลาดให้กับกลุ่มลูกค้ารถยนต์ระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ตป์ “ Autozkin Performance Studio” และในอนาคตบริษัทฯ ตั้งเป้าในการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าเพื่อการปรับเพิ่มสมรรถนะรถยนต์ชั้นนำให้ครบทุกเซ็กเม้นท์อีกด้วย”
สำหรับสินค้าที่บริษัทฯได้ลิขสิทธิ์ในการนำเข้ามาทำตลาดในปีนี้ เป็นสินค้าระดับ super brand ของโลก ที่มีมาตรฐานในการผลิต และการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง เพื่อการปรับเพิ่มสมรรถนะรถยนต์ชั้นนำ ได้แก่ Akrapovic Car Exhaust System ชุดท่อไอเสียสายพันธ์รถแข่งจากประเทศสโลวาเนีย ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูงด้วย Titanium alloy ที่มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่งทนทาน ทนความร้อนสูง และ HRE Performance Wheels ชุดล้อแม็กซ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นำเข้าจากอเมริกา ผลิตด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบาถึง 2 ชนิดคือ Forged aluminum wheels และ Carbon Wheels ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มสมรรถนะรถยนต์ ให้มีพละกำลังในการขับเคลื่อนที่สูงขึ้น นับเป็น super brand ที่บริษัทฯมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสนำเข้ามาทำตลาดเพื่อการปรับเพิ่มสมรรถนะสำหรับรถยนต์ชั้นนำ
นอกจากนี้ คุณพสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ บริษัทฯ ยังได้ผนึกพันธมิตรโดยร่วมกับบริษัท autovox Singapore เข้ามาร่วมในการทำธุรกิจในครั้งนี้ ซึ่งเป็นบริษัทฯที่มีศักยภาพในด้านการนำเข้าและเป็นผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งและเพิ่มสมรรถนะรถยนต์สำหรับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกรายใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ( Tuner Specialist ) ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ ได้เข้ามาจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นบริษัท autovox Thailand ( บ.ออโตวอร์ค (ประเทศไทย จำกัด) เพื่อทำหน้าที่ในการจัดหาสินค้าชั้นนำจากทั่วโลกเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

ชุดท่อไอเสีย Akrapovic Car Exhaust Systems
More Horse Power. More Torque. More Performance. Pure Power.
Akrapovic ชุดท่อไอเสียสายพันธ์รถแข่ง ที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 23 ปี พร้อมการันตีคุณภาพด้วยประสบการณ์และรางวัลมากมายจากสนามแข่งระดับโลกมากกว่า 61 สนามแข่ง นับตั้งแต่ปี 1990
Akrapovic ยึดถืออุดมการณ์และคติ “ ชัยชนะในสนามแข่ง หมายถึงความเร็ว พละกำลัง และความแข็งแกร่งในระดับสุดยอด เพราะสนามแข่งคือการทดสอบที่ดีที่สุดของระบบไอเสียที่มีคุณภาพสูง” ปัจจุบัน Akraopovic คือ ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ( Official Partner ) ของทีม Audi Sport เจ้าของแชมป์เลอมังส์ 24 ชม. ในปี 2010,2011 , 2012 และ BMW Motor Sport เจ้าของแชมป์เยอรมันทัวริ่งคาร์
DTM Champion 2012
Innovation Design
Akrapovic ใช้หลักการออกแบบและผลิตท่อไอเสียที่หลอมรวมเอาสมรรถนะ ความทนทาน และน้ำหนักเบา เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยงาม ด้วยหม้อพักทรง 8 เหลี่ยม สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ในตลาดชุดแต่ง ปฏิวัติแนวคิดดั้งเดิมของระบบท่อไอเสียแบบทรงรี สรร้างมาตรฐานใหม่ให้การดีไซน์ระบบท่อไอเสียสวยงามทั้งระบบจากต้นจรดปลายท่อ นอกจากนี้ระบบท่อไอเสียยังถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น ทั้งแรงม้าและแรงบิด ด้วยแนวคิด Pure Power โดยการลดน้ำหนักเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพการไหลของไอเสียที่ราบรื่น และให้เสียงทุ้มกังวาน อันเป็นเอกลักษณ์ของ Akrapovic

The Best Materials : Titanium alloy
น้ำหนักเบา แข็งแกร่งทนทาน ทนความร้อนสูง
Akrapovic เลือกใช้วัสดุที่ดีที่สุดในการผลิตชุดท่อไอเสีย Titanium alloy ซึ่งมีน้ำหนักเบา แข็งแกร่งทนทาน และทนความร้อนสูง โดยวัสดุไททาเนียมอัลลอยด์ที่นำมาใช้ในการผลิตท่อไอเสีย สั่งผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทานกว่าไททาเนียมทั่วไปถึง 3 เท่า และทนความร้อนสูง ให้น้ำหนักเบากว่า Stainless Steal ถึง 40 เท่า ส่งผลให้สมรรถนะของพละกำลังในส่วนของแรงม้าและแรงบิดเพิ่มมากขึ้นทันที

นอกจากนี้ Akrapovic ยังใช้วัสดุที่มีความทนทานสูงอย่าง Carbon fibre ที่มีน้ำหนักเบาและมีความทนทานต่อแรงเค้นและลดความต้านทานต่ออุณหภูมิสูง เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการผลิตท่อไอเสีย ได้แก่ แผ่นบังความร้อนจากท่อ , ข้อยึดและแหวนรัดปลายท่อ , แขนจับยึดท่อ , และหน้ากากตกแต่งปลายท่อไอเสีย
ชุดท่อไอเสีย Akrapovic ทุกรุ่นผ่านมาตรฐาน EC-Type Approval Certificate for non- Original Car Exhaust System ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานการออกแบบท่อไอเสียที่ยึดหลักท่อไอเสียเดิมจากโรงงานผู้ผลิต ( OEM System) และถูกต้องแม่นยำตามหลักอากาศพลศาสตร์ของท่อไอเสียเดิมของรถยนต์แต่ละรุ่น และยังใช้จุดยึดเดิมทุกจุดของการติดตั้ง และยังผ่านมาตรฐานรับรองการผลิตจาก สถาบัน TUV Germany

Slip-On-Line ชุดปรับแต่งท่อไอเสียท่อนปลาย
เป็นการปรับแต่งท่อไอเสียช่วงหม้อพักท่อนปลาย – ถึงปลายท่อไอเสีย มีให้เลือกทั้งวัสดุไททาเนียมอัลลอย และชุดท่อไอเสียที่ผลิตด้วย Stainless Steal ด้วยโปรแกรมการออกแบบ EC Type Approval เป็นการออกแบบท่อไอเสียตามมาตรฐานการผลิตท่อไอเสียของรถยนต์แต่ละรุ่นจากโรงงานผู้ผลิตเดิม (OEM System ) ซึ่งไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลงรูปทรงของท่อไอเสียเดิมแต่อย่างใด แม้จุดยึดของท่อไอเสียก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมทั้งสิ้น
ด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างไททาเนียมอัลลอยด์ และเทคโนโลยีชั้นสูง ในการผลิต แม้เปลี่ยนชุดท่อไอเสีย Akrapovic เพียงแค่ท่อนปลายของท่อ ก็ยังสามารถรีดน้ำหนักของตัวรถลงได้ถึง 18 KG ส่งผลให้สามารถเพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์มีพละกำลังมากขึ้นถึง 37.7 แรงม้า และให้อัตราเร่งพร้อมแรงบิดที่สูงขึ้นถึง 67.8 นิวตันเมตร

Evolution Line ชุดปรับแต่งท่อไอเสียแบบเต็มระบบ หรือเปลี่ยนทั้งเส้น โดยยังคงใช้ หลักการออกแบบ EC-Type Approval ซึ่งยึดหลักการออกแบบท่อไอเสียตามมาตรฐานเดิมโรงงานผู้ผลิต ( OEM System ) แต่เพิ่มเทคโนโลยีในการปรับแต่งสมรรถนะตั้งแต่การปรับแต่งท่อร่วมไอเสียและตัวควบคุมออกซิเจนเซ็นเซอร์ ปรับแต่งตัวกรองไอเสีย Catalytic converters เพื่อให้การไหลของไอเสียมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ในส่วนของวัสดุยังคงใช้วัสดุที่ดีที่สุด ที่มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง ทนความร้อนสูง ด้วย Titanium alloy หรือ วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน สวยงามด้วย Stainless Steal พร้อมตกแต่งปลายท่อ ( Tailpipes ) ด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ เพิ่มความหรู คลาสสิคให้ปลายท่อดูสปอตร์มากขึ้น Akrapovic ยังคงยึดหลักการเดิมในการปรับเปลี่ยนท่อไปไอเสีย เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้รถยนต์มีแรงม้าและแรงบิดที่สูงขึ้น รถยนต์ที่เปลี่ยนท่อไอเสียทั้งระบบหรือทั้งเส้น ( Evolution Line ) สามารถลดน้ำหนักของตัวรถลงได้ถึง 25.8 KG ทำให้เพิ่มพละกำลังของสมรรถนะเครื่องยนต์ให้มากขึ้นถึง 73.6 แรงม้า และให้อัตราเร่งหรือแรงบิดที่สูงมากขึ้น 73.6 นิวตันเมตร ทำให้สมรรถนะการขับขี่เร้าใจ ( ทั้งนี้แรงม้า/แรงบิดที่เพิ่มขึ้น อาจจะมีความแตกต่างตามรถยนต์แต่ละรุ่นด้วย )
Exquisite Tailpipes ชุดตกแต่งปลายท่อไอเสีย
Akrapovic พิถีพิถันในการออกแบบชุดตกแต่งปลายท่อ เพื่อเน้นให้ปลายท่อไอเสียดูหรูหรา สวยงาม ด้วยการออกแบบชุดแต่งปลายท่อด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม เหมาะสมกับรถหรูแต่ละรุ่น วัสดุหลักที่เลือกใช้ คือ ชุดแต่งปลายท่อด้วย Carbon fibre และชุดปลายท่อ Titanium alloy
Adjustable Sound การปรับแต่งระบบเสียง
Akrapovic ใช้เวลาในการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีของท่อไอเสีย เพื่อให้ได้ระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ ในทุกสถานการณ์ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นในท้องถนน หรือในสนามแข่ง ด้วยระบบเสียงที่ทุ้มกังวาน ไม่แผดเผาจนดังเกินไป แต่ให้เสียงที่นุ่มลึกกังวาลอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ Akrapovic พร้อมชุดอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณเสียงแบบ Wireless kit ปรับระดับความดังของเสียงให้ดังค่อยหรือทุ้มกังวาลได้ด้วย Remote control ซึ่งติดตั้งภายในรถยนต์และสามารถถอดออกพกพาไปได้ทุกที่ ชุด Wireless Kit เป็น Option พิเศษให้เลือกเฉพาะรุ่นเท่านั้น

ชุดท่อไอเสีย Akrapovic พร้อมปรับแต่งและเพิ่มสมรรถนะสำหรับรถยนต์ชั้นนำระดับพรีเมี่ยม และรถ Super car ทุกรุ่น อาทิ Ferrari , Lamborghini , Porsche , BMW , Audi , VW , Mercedes-Benz AMG , MiNI , Renault , Nissan , Ford , Chevrolet .
ราคาจำหน่ายพร้อมติดตั้งชุดท่อไอเสีย Akrapovic ราคาขึ้นอยู่กับรถยนต์แต่ละรุ่น เลือกติดตั้งตามโครงสร้างของตัวรถ
• ชุด Evolution Line ราคาเฉพาะรุ่น ตั้งแต่ 100,000 -500,000 บาท
• ชุด Slip- On-Line ราคาเฉพาะรุ่น ตั้งแต่ 70,000 – 350,000 บาท
• ชุด Tailpipe ตกแต่งปลายท่อด้วยวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ / ไททาเนียม อัลลอยด์ ราคาชุดละ 25,000-55,000 บาท (ราคาเฉพาะรุ่น )
• ชุด Wireless Kit ควบคุมระดับเสียง ราคาชุดละ 15,000 – 45,000 บาท (ราคาเฉพาะรุ่น)

HRE Performance Wheels : ชุดล้อแม็กซ์ชั้นนำระดับโลก
สุดยอดสมรรถนะแห่งพลังในการขับเคลื่อน HRE ชุดล้อแม็กซ์สำหรับรถยนต์ชั้นนำและรถ Super car ระดับ โลก ผลิตและนำเข้าจากประเทศอเมริกา ด้วยโรงงานผลิตที่ทันสมัย พร้อมมาตรฐานการผลิตที่รับรองโดย สถาบัน TUV Germany
HRE Performance Wheels ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูง 2 ชนิดคือ

HRE forged aluminum Wheels เป็นวัสดุหลักในการผลิตชุดล้อแม็กระดับพรีเมี่ยมซึ่งเป็น Forged aluminum ชนิดที่ดีที่สุด ซึ่งใช้ผลิตชิ้นส่วนของเครื่องบิน “ aerospace-grade 6061 – T6 forged aluminum “ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีน้ำหนักเบา ( light-weight ) และมีความทนทาน แข็งแกร่ง ทนความร้อนสูง ( high-strength performance ) พร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์ที่หรูหรา สวยงาม ( Best Style ) จึงทำให้เพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น
HRE Carbon Wheels เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงที่สุด ที่นำมาใช้ในการผลิตชุดล้อแม็ก HRE ซึ่งให้น้ำหนักที่เบามาก เพียงแค่ 6 กิโลกรัม/ วงล้อแม็กซ์ โดยผลิตเพียง 15 ชุดต่อปีเท่านั้น ให้เฉพาะลูกค้าที่ต้องการสั่งผลิตเท่านั้น ( custom made wheels )
HRE Performance Wheels มีให้เลือกเฉดสีมากกว่า 70 เฉดสี พร้อมรูปแบบดีไซน์ที่หลากหลาย ตอบสนองทุกสไตล์การขับขี่ อาทิ Motorsport Series , Street Series , Luxury Series และ style Vintage ทั้งนี้ การผลิตชุดล้อแม็กซ์ของ HRE จะผลิตตาม order ของลูกค้าเท่านั้น ( Custom made wheels )
HRE Performance Wheels มีขนาดวงล้อให้เลือกตั้งแต่ 17,18,19,20,21,22 นิ้ว สำหรับราคาจำหน่ายในรุ่น HRE Carbon Wheels ชุดละ 990,000 บาท และในรุ่น HRE Forged aluminum wheels ราคาแตกต่างกันตาม Series โดยเริ่มต้นราคาชุดละ 150,000 – 300,000 บาท
แวะชมและสัมผัสสุดยอดเทคโนโลยีท่อไอเสียอัจฉริยะ Akrapovic และ HRE Forged Wheels ได้ที่โชว์รูม Autozkin อาคารโฟล์คสวาเกน ถ.รามอินทรา 14 สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-943-7111,086-568-2046 www.akrapovic.com , www.hrewheels.com

SsangYong ปรับโฉมกระบะ Korando Sports เติมความโฉบเฉี่ยวลุยแดนโสม


SsangYong เดินหน้าปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์รถกระบะแนวสปอร์ต Korando Sports ออกเอาใจลูกค้าในตลาดบ้านเกิด

รูปโฉมภายนอกมีสีสันตัวถังให้เลือกมากขึ้นและล้ออัลลอยลวดลายใหม่อีกหลากหลายรูปแบบ ทาง SsangYong ยังปรับขนาดที่ปัดน้ำฝนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับลุยทางสมบุกสมบัน ขณะที่พนังพิงศีรษะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัยแบบปรับอุณหภูมิได้ ตกแต่งห้องโดยสารด้วยสีสันแบบใหม่ ขณะที่รุ่นท็อปใช้เบาะที่นั่งหุ้มหนังแบบปรับความร้อนได้สำหรับใช้งานในฤดูหนาว พร้อมเซ็นเซอร์ช่วยจอดและระบบควบคุมสภาพอากาศอัตโนมัติ
เครื่องยนต์เป็นบล็อกดีเซล e-XDi ความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ผลิตพละกำลัง 153 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอ็อปชั่นเสริมพิเศษ

ยืนยันแล้ว Lamborghini Urus รถซูเปอร์เอสยูวีออกขายแน่ปี 2017


ข่าวดีสำหรับแฟนค่ายรถซูเปอร์คาร์ตรากระทิงอย่าง Lamborghini เมื่อมีรายงานยืนยันแล้วว่า “Urus” รถซูเปอร์เอสยูวีได้รับไฟเขียวให้ผลิตออกจำหน่ายจริง

หลังจากมีข่าวลือมาเนิ่นนานนับปี ล่าสุด Rupert Stadler หัวเรือใหญ่ของ Audi ออกมายืนยันด้วยตนเองว่า Urus จะขึ้นสายการผลิตออกทำตลาดภายในปี 2017 หรืออีกราว 4-5 ปีข้างหน้านี้ เรียกว่าไม่นานเกินรอของสาวกและมหาเศรษฐีทั่วโลก
รถต้นแบบ Urus เผยโฉมครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วภายในงานปักกิ่ง มอเตอร์โชว์ มาพร้อมกับขุมพลังขับเคลื่อนระดับ 600 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ดูอัลคลัตช์ ถ่ายลงพื้นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ติดตั้งช่วงล่างแบบปรับระดับได้ ล้ออัลลอยไซส์ยักษ์ขนาด 24 นิ้ว ท่อไอเสียสี่ชุด ดิฟฟิวเซอร์รีดอากาศที่บั้นท้ายและสปอยเลอร์บนฝาประตูหลัง
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า Urus รุ่นโปรดักชั่นอาจใช้ขุมพลัง V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุดระดับ 680 แรงม้า ขณะที่ Stephan Winkelmann ประธานใหญ่ของ Lamborghini บอกว่า Urus อาจใช้ “ขุมพลังทางเลือก” แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

Audi A1 R18 Competition Package แต่งถอดแบบจากรถแข่งตัวแรง


Audi ประกาศแนะนำรถเล็กรุ่นตกแต่งพิเศษ A1 R18 Competition Package ภายในงาน Wörthersee 2013 ที่ประเทศออสเตรีย

A1 เวอร์ชั่น “R18 Competition Package” ตั้งตามชื่อรถแข่ง Le Mans อันโด่งดัง พร้อมกับได้แรงบันดาลใจในการตกแต่งคล้ายกันด้วย เริ่มจากภายนอกใช้สีขาวสะอาดตา เสริมด้วยเส้นสายสีแดงและสีเทา ติดหมายเลข “378” ที่สปอยเลอร์บนฝากระโปรงท้าย นอกจากนี้ยังมีลิ้นสปอยเลอร์หน้าและล้ออัลลอยสีเงินสลับดำแนวล้ำสมัย
ในห้องโดยสารไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก มีเพียงพรมปูพื้นใหม่หมดทั้งชุดและคอนโซลกลางที่ตกแต่งด้วยสีสันคล้ายกับตัวถังภายนอก
ยักษ์ใหญ่จากประเทศเยอรมนีรายนี้ยังไม่เปิดเผยราคาค่าตัว แต่ระบุว่า R18 competition package เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การปรับแต่ง A1 รุ่นพิเศษจำนวนสองครั้งต่อปี ดังนั้นแฟนๆจะได้เห็น A1 อีกหนึ่งเวอร์ชั่นพิเศษภายในสิ้นปีนี้

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Chevrolet Trax ปรับแต่งเพิ่มสไตล์มินิเอสยูวี ฝีมือของ Irmscher


สำนักแต่งจากประเทศเยอรมนี Irmscher เปิดตัวแผนการอัพเกรดรูปลักษณ์ของรถมินิเอสยูวี Chevrolet Trax เติมความโฉบเฉี่ยวสะดุดตามากกว่าเดิม

ตัวถังภายนอกสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยการใช้สีแดงสดทั่วทั้งคัน ติดตั้งที่จับเปิดประตูและกาบข้างโครเมียม ล้ออัลลอยลายห้าก้านคู่ขนาด 19 นิ้ว ลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนมาใช้สปริงแบบสปอร์ตที่จะโหลดตัวรถให้เตี้ยลงกว่าเดิม 30 มม.ได้ พร้อมด้วยท่อไอเสียที่มีทั้งแบบสแตนเลสหรือสีดำด้าน ทรงกลมหรือวงรีให้เลือกสรร
ไม่มีการเปิดเผยภาพในห้องโดยสาร แต่ Irmscher ระบุว่ามีวัสดุมากมายหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามต้องการ รวมถึงวัสดุหนังเกรดพรีเมียม บันไดข้างประตูสแตนเลส พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังและพรมปูพื้นแบบพิเศษ
เวลานี้ยังไม่มีการปรับแต่งขุมพลังขับเคลื่อน แต่ทาง Irmscher กำลังซุ่มพัฒนาแพ็คเกจอัพความแรงของเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตรที่วางอยู่ใน Trax ซึ่งจะมีพลังแรงกว่าสแตนดาร์ด 140 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตรอย่างแน่นอน

แต่งสไตล์เครื่องบินรบ BMW X6 M “Stealth” แรงระดับ 700 แรงม้า


สำหรับคนทั่วไป BMW X6 M ขุมพลัง 550 แรงม้านั้นแรงเพียงพอต่อการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่ไม่ใช่สำนักแต่ง Inside Performance ที่ยังคงต้องการรีดแรงม้าและรูปลักษณ์ของเอสยูวีรหัสแรงรุ่นนี้

ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า X6 M “Stealth” ตั้งชื่อตามสีสันของฟอยล์หุ้มตัวถังลายพรางเหมือนกับเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มาพร้อมกับชุดบอดี้คิทของ AC-Schnitzer ผสมผสานกับชุดแต่งของ Vorsteiner เข้าไว้ด้วยกันทำให้ X6 M คันนี้มีมิติความกว้างมากกว่ารุ่นสแตนดาร์ดถึง 101.6 มม. นอกจากนี้ยังมีช่องดักอากาศบริเวณฝากระโปรงอีกด้วย
ในห้องโดยสาร X6 M Stealth ติดตั้งหน้าจอดิสเพลย์บนแผงแดชบอร์ด ซึ่งแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างทั้งแรงดันน้ำมัน แรงบิด แรงม้าและอุณหภูมิของทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่อง น้ำ ท่อไอเสีย อินเตอร์คูลเลอร์และท่อร่วมไอดี
สำหรับการอัพเกรดขุมพลัง Inside Performance ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการรีดแรงม้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 700 ตัว แรงบิดทะลุหลัก 850 นิวตันเมตร ด้วยการปรับจูนกล่อง ECU เพิ่มแคททาไลติกคอนเวอร์เตอร์แบบ 200 เซลส์และ “เคล็ดลับอื่นๆ” ที่ไม่เปิดเผย
Inside Performance ยังปลดล็อกความเร็วสูงสุดออกและติดตั้งระบบวาล์วคอนโทรลควบคุมเสียงเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยอัตราเร่งและความเร็วท็อปสปีดแต่อย่างใด

รถตู้ก็ซิ่งได้ Mercedes-Benz Viano แต่งสปอร์ตโดยสำนัก Wald International


รถตู้ขนาดใหญ่อย่าง Mercedes-Benz Viano หรือชื่อ V-Class ในตลาดญี่ปุ่น ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกสบายและมีพื้นที่ภายในกว้างขวางโอ่โถงเป็นหลัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รูปลักษณ์อาจไม่สะดุดตาเท่าใดนัก

การเติมแต่งให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นอาจไม่ใช่งานง่าย แต่ก็ไม่คณามือของสำนักแต่ง Wald International แห่งญี่ปุ่นที่โชว์ผลงานการแต่งแนวโฉมเฉี่ยวมานับไม่ถ้วน ซึ่งล่าสุด หันมาปรับดีไซน์รถตู้เยอรมันขนาดใหญ่คันนี้ด้วยชุดอัพเกรดรอบคัน
จากภาพจะเห็นว่า Wald ยกระดับหน้าตาให้ดูหล่อเหลาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยชุดแพ็คเกจแอโรไดนามิก ทั้งกันชนหน้าพร้อมสปอยเลอร์ในตัว เดย์ไลท์ LED ซุ้มล้อแบบมีช่องระบายความร้อน สเกิร์ตด้านข้าง กันชนหลังพร้อมดิฟฟิวเซอร์ ท่อไอเสียคู่ ปิดท้ายด้วยสปอยเลอร์บนหลังคา
ไม่เพียงเท่านั้น Wald ยังติดตั้งชุดช่วงล่างโหลดเตี้ยลงเล็กน้อย พร้อมเซ็ทล้ออัลลอยลายสวย เติมเต็มความสปอร์ตได้อย่างลงตัว กระชากวัยลงมาได้อย่างทันตาเห็น

Mercedes-Benz E-Class โมดิฟายด์สปอร์ตเต็มพิกัดโดย German Special Customs


สำนักแต่ง German Special Customs เปิดเผยรายละเอียดและภาพชุดแรกของโปรเจ็คต์การปรับโฉม Mercedes-Benz E-Class รุ่นไมเนอร์เชนจ์ซึ่งมาพร้อมความสปอร์ตเต็มพิกัด

รูปลักษณ์ภายนอกถูกกระชากวัยลงมาอย่างทันตาเห็น มาพร้อมกับบอดี้พาร์ทรอบคัน ทั้งกันชนหน้าพร้อมสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์และช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ฝากระโปรงหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกันเน้นน้ำหนักเบา พร้อมกับเปลี่ยนซุ้มล้อมาเป็นแบบมีร่องระบายอากาศและติดตั้งสเกิร์ตด้านข้างทรงโฉบเฉี่ยว
หันมาดูที่บั้นท้าย German Special Customs ติดตั้งสปอยเลอร์สีดำแนบอยู่บนฝากระโปรงหลัง ปลายท่อไอเสียสี่ชุดทรงเหลี่ยมแยกซ้ายขวาซุกอยู่ในกันชนหลังแบบสปอร์ตพร้อมด้วยแผงดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่
German Special Customs เตรียมนำเสนอชุดอัพเกรดเพิ่มแรงม้าให้เครื่องยนต์ด้วย แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดออกมาแต่อย่างใด

McLaren ยังเดินหน้าทดสอบซูเปอร์คาร์ P1 พร้อมปล่อยวีดีโอโชว์ความอึดบนหิมะ


แม้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ McLaren ยังคงเดินหน้าทดสอบซูเปอร์คาร์ P1 อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพื่อยกระดับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังการันตีความทนทานอีกด้วย ก่อนที่จะขึ้นสายการผลิตจริงในอีกไม่ช้า

ล่าสุด ทาง McLaren ปล่อยวีดีโอโปรโมทชุดล่าสุด เผยให้เห็นการทดสอบ P1 ในสภาพอากาศที่โหดร้ายชนิดหนาวเย็นยะเยือกในแถบ Arctic Circle ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน ขณะที่เหลือระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนเท่านั้นก่อนที่จะเริ่มส่งมอบคันแรกจากจำนวนทั้งหมด 375 คันให้ลูกค้า
ไม่เพียงทดสอบความทนทานของเครื่องยนต์และตัวรถ แต่ McLaren ยังเรียกตัวสองนักแข่งรถ F1 ของทีมแข่ง McLaren อย่าง Jenson Button and Sergio Perez มาทำการทดสอบสมรรถนะอีกด้วย โดย Perez กล่าวยกย่องซูเปอร์คาร์คันนี้ว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพระดับโลกและมีสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับรถ F1 ของเขาอย่างมาก
ที่ผ่านมา McLaren มุ่งเน้นในการทดสอบสมรรถนะกันอย่างละเอียดยิบ เพราะต้องแข่งขันกับซูเปอร์คาร์ชั้นแนวหน้าอย่าง Ferrari LaFerrari และ Porsche 918 Spyder
McLaren P1 มาพร้อมขุมพลังระดับ 903 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 663 ฟุตปอนด์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ไม่ถึง 3 วินาที ใครสนใจสามารถเตรียมสตางค์ไว้ได้เลยที่ 1.15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ยังไม่รวมภาษี

“MOTOR EXPO 2013” เผยภาพสัญลักษณ์ ภายใต้คอนเซ็ป “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก”


หลังจากงานคาร์โชว์งานใหญ่ช่วงต้นปีเพิ่งจบไปหมาดๆยังไม่ทันข้ามเดือน บ.บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานแสดงรถยนต์เจ้าประจำช่วงปลายปีไม่ปล่อยให้ตกกระแส ออกมาเผยถึงแนวคิดของการจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30″ (Motor Expo 2013) ว่าจะมาภายใต้คอนเซ็ป “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก” พร้อมเผยภาพสัญลักษณ์ของงานในปีนี้ไปพร้อมๆกันด้วย

โดยมีคุณ ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30” และควบคุมงานด้านบริหารงานทั่วไป ออกมาเผยถึงแนวคิดของงาน “MOTOR EXPO 2013” ว่า ปัจจุบันวิกฤตขาดแคลนน้ำมันเริ่มส่อเค้าชัดเจนขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะดังกล่าวผู้ผลิตรถยนต์ได้ปรับตัวแสวงหาพลังงานทดแทนน้ำมัน ทำให้พลังงานยานยนต์แบบไฮบริดจ์และไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดไร้มลพิษ โดยผลการศึกษาในยุโรปพบว่า ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถลดปัญหาแกสเรือนกระจกได้สูงสุดถึงร้อยละ 24 ทำให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ และเอกชนล้วนส่งเสริมการพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของโลกที่เราต้องการสะท้อนให้เห็นในงานปีนี้จึงเป็นที่มาแนวคิด “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก” (INNOVATIVE ENERGIES-WORLD-CHANGING VEHICLES)
พร้อมกันนี้คุณ มือนาง ปิยะพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท พับลิค มีเดีย แอนด์ คอมมิวนิเคชันส์ จำกัด กล่าวถึงความหมายของภาพสัญลักษณ์งานปีนี้ว่า“โลกกับมนุษย์คืออันหนึ่งเดียวกัน และจะถ่วงดุลย์กันอย่างกลมกลืน วงจรทางวัฏจักรวิศวกรรมยานยนต์ และมวลมนุษย์จะระดมความคิดที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ “ทางบวก” ที่มีผลดีต่อโลกและสังคมมนุษย์เพื่อสร้างสมดุล และความเจริญที่มีต่อการพัฒนาอย่างเป็นเอกภาพ ภาพที่ปรากฏปีนี้ สะท้อนภาพทรงกลมที่สื่อแทนโลก และการระดมความคิดของมวลมนุษย์อย่างเป็นเอกภาพโคจรขับเคลื่อนเป็นเกลียววนขึ้น คือ การพัฒนา และหลุดพ้นจากปัญหาทั้งมวลด้วยความเข้มของฉากหลังสะท้อนให้เห็นประกายความงามของสีทองที่ม้วนตัวเคลื่อนสู่ผู้พบสื่อความหมายแห่งความเจริญ ด้วยการระดมมันสมองของมวลหมู่มนุษย์เน้นถึงความมุ่งมั่นในพลังงานทางปัญญาแห่งยานยนต์ ด้วยลีลาแนวโค้งทรงแอร์โรไดนามิคของยนตรกรรมด้วยสีทองและสีแดงบ่งบอกถึงพลังแห่งการพัฒนา รวมเป็น “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก”
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30″ จัดโดยบริษัท สื่อสากล จำกัด เตรียมเปิดให้บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงผู้จำหน่ายเครื่องเสียงและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง จองพื้นที่ในวันที่ 4-5 มิถุนายน นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดการจองพื้นที่เพิ่มเติม ติดต่อฝ่ายขาย โทรศัพท์ 0-2641-8444 ต่อ 202

Porsche ยอดส่งมอบรถในไตรมาสแรกสูงขึ้น 21%


รถสปอร์ตสายพันธุ์เยอรมันจาก Zuffenhausen และ Leipzig ประสบความสำเร็จอีกครั้งในปี 2013 นี้ โดยปอร์เช่มียอดส่งมอบรถให้ลูกค้าทั่วโลกสูงถึง 37,009 คันเพียงแค่ 3 เดือนแรกของปีเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเติบโตขึ้นถึง 21.1% หากเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว สำหรับเดือนมีนาคมเพียงอย่างเดียวมียอดส่งมอบทั่วโลกกว่า 14,000 คันและถือได้ว่าเป็นยอดส่งมอบที่สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์สำหรับบริษัทอีกด้วย

“ความสำเร็จของไตรมาสแรกนี้ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เราต้องทำให้กลยุทธ์ Strategy 2018 สำเร็จอย่างเป็นระบบ” Bernhard Maier สมาชิกบอร์ดบริหารฝ่ายขายและการตลาดจากปอร์เช่กล่าวไว้ พร้อมทั้งกล่าวเสริมด้วยว่า “การตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าที่กระตือรือร้นนั้นได้มาจากผลิตผลที่ยอดเยี่ยมและทำให้พวกเขาหลงใหล อาทิเช่น พานาเมร่า (Panamera) ใหม่ล่าสุด รวมไปถึงพนักงานของเราที่เต็มไปด้วยศักยภาพ”
ปอร์เช่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าในตลาดประเทศจีน ที่ให้ความสนใจทั้งรุ่นเครื่องยนต์วางหลังและเครื่องยนต์วางกลาง ยอดขายกว่าหนึ่งในสามของไตรมาสแรกได้มาจากยอดขายในประเทศจีนทั้งรุ่นบ็อกซเตอร์ (Boxster) เคย์แมน (Cayman) และ 911 ซึ่งมียอดขายรวมอยู่ที่ 8,844 คัน และถือว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่าปี 2012 ถึงเศษหนึ่งส่วนสี่เท่าเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้ช่วงปลายเดือนเมษายนปอร์เช่จะทำการเปิดตัวพานาเมร่า (Panamera) เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นรถยนต์หรูที่ออกมาในรูปแบบเครื่องยนต์ไฮบริดแบบ plug-in hybrid สู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ Auto China in Shanghai ที่จะถึงนี้อีกด้วย
ความต้องการในรุ่น 911 นั้นยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปอร์เช่ส่งมอบรถยนต์ที่เป็นไอคอนของรถสปอร์ตรุ่นนี้ไปแล้วถึง 7,230 คัน ซึ่งถือได้ว่าเพิ่มขึ้น 18.6% หากเปรียบเทียบกับช่วงเวลา 3 เดือนแรกในปีที่ผ่านมา คาเยนน์ (Cayenne) สุดยอดรถยนต์ออฟโร้ดจากปอร์เช่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยมียอดส่งมอบสูงถึงประมาณ 20,000 คันสำหรับไตรมาสแรกนี้เลยทีเดียว

ยอดส่งมอบปอร์เช่
มีนาคม
มกราคม – มีนาคม
2013
2012
ส่วนต่าง (%)
2013
2012
ส่วนต่าง (%)
ทั่วโลก
14,494
12,094
19.8
37,009
30,553
21.1
ยุโรป
5,325
5,214
2.1
11,498
11,105
3.5
   เยอรมัน
2,159
1,632
32.3
4,795
3,870
23.9
อเมริกา
4,124
2,850
44.7
11,183
8,336
34.2
  สหรัฐ
3,487
2,460
41.7
9,650
7,159
34.8
เอเซียแปซิฟิค
5,045
4,030
25.2
14,328
11,112
28.9
   จีน
3,032
2,572
17.9
8,844
7,121
24.2

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนีโดยตรง พร้อมให้บริการรถปอร์เช่ของท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ ได้ที่ แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-103 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.porsche.co.th