แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซูเปอร์คาร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซูเปอร์คาร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มัสเซิลคาร์ขนานแท้ ชมไอ้งูพิษ SRT Viper วิ่งควอเตอร์ไมล์ในเวลาเพียง 11 วินาที


เวบไซต์ Drag Times ที่มักจับซูเปอร์คาร์มาทดสอบความเร็วบนทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ล่าสุดถึงคิวของอเมริกันมัสเซิลคาร์ SRT Viper ที่มีโอกาสโชว์ความแรงบนสนามแข่ง Palm Beach International Raceway

ระหว่างการทดสอบ เจ้า “งูพิษ” SRT Viper สามารถทำความเร็วระยะควอเตอร์ไมล์ 402 เมตรโดยใช้ระบบช่วยออกตัว launch control ได้ในเวลาเพียง 11.1 วินาที ด้วยความเร็วหน้าเส้น 205 กม./ชม.
อัตราเร่งของ 0-96 กม./ชม.ของ Viper อยู่ที่เพียง 3.1 วินาที ขณะที่ 0-161 กม./ชม.ทำได้ในเวลา 7.1 วินาทีเท่านั้น
ต้องบอกก่อนว่ามัสเซิลคาร์คันนี้ใช้ยางเรเดียลสำหรับทำความเร็วบนทางตรงโดยเฉพาะ ทำให้เวลาจะดีกว่ายางสแตนดาร์ดเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ทีมงานของ Drag Times ระบุว่ายางแบบพิเศษดังกล่าวมีความสูงมากกว่ายางสแตนดาร์ดซึ่งทำให้ตัวรถมีอาหาร “หน้าทิ่ม” ในช่วงออกตัว จึงไม่มีข้อได้เปรียบมากนัก
SRT Viper ใช้ขุมพลังขับเคลื่อน V10 ความจุกระบอกสูบมากถึง 8.4 ลิตร ผลิตพละกำลัง 640 แรงม้า แรงบิด 814 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 331 กม./ชม.

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

น่าใช้มาก! Hublot เปิดตัวนาฬิกาข้อมือรุ่นล่าสุด ถอดแบบจากซูเปอร์คาร์ LaFerrari


บริษัทผู้ผลิตนาฬิการะดับโลกจากสวิสเซอร์แลนด์ Hublot เปิดตัวนาฬิกาข้อมือเรือนใหม่ล่าสุด ถอดแบบการดีไซน์มาจากซูเปอร์คาร์รุ่นท็อปอย่าง LaFerrari จำนวนผลิตจำกัดเพียงแค่ 50 เรือนเท่านั้น

นาฬิการุ่นใหม่ดังกล่าวใช้ชื่อว่า MP-05 LaFerrari มาพร้อมเทคโนโลยีพลังงานสำรองหรือ power reserve ถึง 50 วันซึ่งสูงที่สุดในโลกด้วยการออกแบบตลับลานหรือ barrel จำนวน 11 ชิ้นวางเรียงกันเป็นแถวยาวเชื่อมต่อกันหมด สังเกตได้ว่าดีไซน์ในภาพรวมของชุดกลไกนั้นมีความคล้ายคลึงกับเครื่องยนต์ของ Ferrari
การบอกเวลาชั่วโมงและนาทีจะอยู่ทางฝั่งขวา มีชิ้นส่วนทรงกระบอกสีดำอโนไดซ์อยู่ตรงกลาง ขณะที่ด้านซ้ายบ่งบอกพลังงานสำรอง
ผิวหน้าเป็นวัสดุแซพไฟล์คริสตัล ออกแบบมาเพื่อป้องกันการขีดข่วนประกอบอยู่ในเคสไทเทเนียมสีดำสวยงามหรูหราอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังใช้วัสดุไทเทเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ในการตกแต่งตัวเรือนอีกหลายจุด
ทั้งนี้ Hublot เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ Ferrari และแผนกมอเตอร์สปอร์ต Scuderia Ferrari เป็นเวลาห้าปีเต็มนับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา

มัสเซิลคาร์ขนานแท้ ชมไอ้งูพิษ SRT Viper วิ่งควอเตอร์ไมล์ในเวลาเพียง 11 วินาที


เวบไซต์ Drag Times ที่มักจับซูเปอร์คาร์มาทดสอบความเร็วบนทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ล่าสุดถึงคิวของอเมริกันมัสเซิลคาร์ SRT Viper ที่มีโอกาสโชว์ความแรงบนสนามแข่ง Palm Beach International Raceway

ระหว่างการทดสอบ เจ้า “งูพิษ” SRT Viper สามารถทำความเร็วระยะควอเตอร์ไมล์ 402 เมตรโดยใช้ระบบช่วยออกตัว launch control ได้ในเวลาเพียง 11.1 วินาที ด้วยความเร็วหน้าเส้น 205 กม./ชม.
อัตราเร่งของ 0-96 กม./ชม.ของ Viper อยู่ที่เพียง 3.1 วินาที ขณะที่ 0-161 กม./ชม.ทำได้ในเวลา 7.1 วินาทีเท่านั้น
ต้องบอกก่อนว่ามัสเซิลคาร์คันนี้ใช้ยางเรเดียลสำหรับทำความเร็วบนทางตรงโดยเฉพาะ ทำให้เวลาจะดีกว่ายางสแตนดาร์ดเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ทีมงานของ Drag Times ระบุว่ายางแบบพิเศษดังกล่าวมีความสูงมากกว่ายางสแตนดาร์ดซึ่งทำให้ตัวรถมีอาหาร “หน้าทิ่ม” ในช่วงออกตัว จึงไม่มีข้อได้เปรียบมากนัก
SRT Viper ใช้ขุมพลังขับเคลื่อน V10 ความจุกระบอกสูบมากถึง 8.4 ลิตร ผลิตพละกำลัง 640 แรงม้า แรงบิด 814 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 331 กม./ชม.

SSC Tuatara จ่อขึ้นสายการผลิต พร้อมอาละวาดด้วยขุมพลังระดับ 1,350 แรงม้า


SSC North America ค่ายซูเปอร์คาร์อเมริกันประกาศเสร็จสิ้นการทดสอบสมรรถนะของ Tuatara แล้ว โดยเตรียมขึ้นสายการผลิตออกจำหน่ายจริงในอีกไม่ช้านี้

เครื่องยนต์ของ Tuatara ใช้บล็อก V8 รุ่นใหม่ล่าสุด พ่วงระบบอัดอากาศทวินเทอร์โบ ความจุกระบอกสูบ 6.9 ลิตร รีดพละกำลังมหาศาล 1,350 แรงม้า แรงบิดกระฉูดไปที่ 1,733 นิวตันเมตรเมื่อใช้กับน้ำมันออคเทน 91 หากยังแรงไม่พอ SSC ระบุว่าสามารถปรับจูนให้แรงม้าขยับขึ้นไปได้ถึง 1,700 ตัวอย่างไม่ยากเย็น
ถึงแม้จะมีพละกำลังระดับแถวหน้าของโลก แต่ SSC เน้นย้ำว่า Tuatara มีระบบวิศวกรรมที่ไม่ซับซ้อน และ “สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย แต่ก็แฝงขุมพลังระดับปีศาจร้ายที่พร้อมจะออกอาละวาดเมื่อกดคันเร่ง”
Jerod Shelby ผู้ก่อตั้ง SSC กล่าวว่า ซูเปอร์คาร์คันนี้สามารถขับได้ในทุกสภาพถนนและทุกสภาวะอากาศบนโลก ขณะเดียวกันยังสามารถฉีกรถรุ่นอื่นได้ในสนามแข่งเนอร์เบิร์กริง
มีรายงานด้วยว่า SSC Tuatara เตรียมจะทุบสถิติความเร็วสูงสุดในโลกของ Bugatti Veyron Super Sport อีกด้วย คาดว่าเราจะได้เห็นข่าวการทดสอบในอีกไม่ช้า

เปลืองโดยใช่เหตุ! Porsche ชี้การแข่งขัน F1 ไม่ส่งผลดีต่อค่ายรถยนต์


Porsche ยังคงปฏิเสธการร่วมแข่งขันรายการรถสูตรหนึ่ง F1 พร้อมประกาศหวนคืนการแข่งขันรถสปอร์ตทางเรียบแทน เพราะจะส่งผลดีและเกี่ยวข้องกับการพัฒนารถในอนาคตมากกว่า จากความเห็นของ Wolfgang Hatz ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Porsche

ค่ายรถสปอร์ตจากเยอรมันเตรียมหวนเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตรายการ LMP1 ในปี 2014 โดยจะใช้รถสปอร์ตไฮบริดลงแข่ง โดย Porsche ใช้วิธีพัฒนาทั้งรถแข่งและรถโปรดักชั่นไปพร้อมกัน โดยเฉพาะซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่อย่าง Porsche 918 Spyder ซึ่งจะออกจำหน่ายในระดับเดียวกับซูเปอร์คาร์รุ่นท็อปของโลกอย่าง Ferrari LaFerrari และ McLaren P1
Hatz กล่าวว่า “เราเป็นบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ต เรามีความมุ่งมั่นในการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถแข่งสู่รถโปรดักชั่นเสมอ ด้วยเหตุผลนี้เราจึงมีความชัดเจนในการหวนคืนสู่การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเราเคยทบทวนอย่างหนักว่าจะลงแข่งขันในรายการรถสปอร์ตทั่วไปหรือ F1”
“แต่สุดท้ายแล้วเราก็เลือกการแข่งขันที่สมเหตุสมผลอย่างรถสปอร์ตทางเรียบ จริงอยู่ว่า F1 เป็นทางเลือกที่ดีแต่มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรถสปอร์ตเลย การพัฒนารถ F1 อาจได้ประโยชน์ในเรื่องยาง แต่เราจะไม่ได้เทคโนโลยีในเรื่องเครื่องยนต์และแชสซีส์ ขณะที่ระบบแอโรไดนามิกของ F1 นั้นยอดเยี่ยมก็จริง แต่มันก็ฮาร์ดคอร์เกินกว่าจะนำมาต่อยอดเป็นรถสปอร์ตที่ออกจำหน่ายจริงได้” Hatz กล่าว

เผยโฉม Audi TT Ultra Quattro Concept รถสปอร์ตต้นแบบเน้นรีดน้ำหนัก-เพิ่มอัตราเร่ง


Audi ประกาศเผยโฉมรถสปอร์ตต้นแบบรุ่นล่าสุด TT Ultra Quattro Concept ก่อนนำออกอวดโฉมครั้งแรกที่งาน Wörthersee 2013

TT Ultra Quattro Concept พัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น TT S Quattro ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร TFSI พ่วงเทอร์โบชาร์จ ผลิตพละกำลัง 310 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร เป้าหมายหลักของ Audi คือการรีดน้ำหนักตัวรถให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยสามารถลดได้ถึง 300 กก. นั่นหมายความว่ารถต้นแบบคันนี้มีน้ำหนักตัวเพียง 1,111 กก.เท่านั้น
สัดส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่ 3.6 กก./แรงม้า อัตราเร่งจึงกระชากใจยิ่งกว่าเดิม 0-100 กม./ชม.ทำได้เพียง 4.2 วินาที เร็วกว่าเดิมถึง 1.3 วินาที ความเร็วสูงสุดไต่ไปได้ที่ 280 กม./ชม.
เมื่อเทียบกับรุ่นสแตนดาร์ดแล้ว รถต้นแบบมีโครงสร้างตัวถังที่เบากว่า 43 กก. ชิ้นส่วนตัวถังมีน้ำหนักลดลงอีก 100 กก. กันชนหลัง เสาหลังคากลางและแผงหลังคาผลิตด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมโพลิเมอร์ (CFRP) ขณะที่พื้นรถทำจากแม็กนีเซียม
แบรนด์สี่ห่วงยังติดตั้งสปอยเลอร์ขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติซึ่งผลิตจากอลูมิเนียม ส่วนในห้องโดยสารใช้เบาะที่นั่งของ R8 GT ลดน้ำหนักลงได้อีก 22 กก.เพราะทำจากไฟเบอร์กลาสเสริมพลาสติกที่เบาและทนทาน
ถึงแม้จะเน้นคอนเซ็พท์ลดน้ำหนัก แต่ Audi ยังคงเก็บอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครัน ทั้งเบรกมือไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ กระจกไฟฟ้า รวมถึงระบบเบรกเซรามิกที่ด้านหน้า ท่อไอเสียไทเทเทียมและล้ออัลลอยน้ำหนักเบากว่าเดิม 20 กก.

เปิดราคาอย่างเป็นทางการ 2014 Chevrolet Corvette Stringray


ในที่สุดราคาก็ออกมาจนได้กับ Chevrolet Corvette Stingray coupe ราคาเริ่มต้นที่ 51,995 เหรียญฯ ขณะที่ตัว convertible เริ่มต้นที่ 56,995 เหรียญฯ

ราคานี้ฟังดูดีนะ แต่เมื่อลองดูเอาราคาเจ้า Corvette Stringray ใส่ออปชั่นแพคเกจต่างๆเข้าไป เปรียบเทียบราคาดูกันอีกทีกับ Porsche 911 ราคาดูจะไม่หนีกันมาก
ได้แก่ Z51 Performance Package (2,800 เหรียญฯ) 3LT Package ภายในที่บุด้วยหนัง ($8,005), เบาะนั่งแบบ Competition Sports ($2,495), Magnetic Ride Control ($1,795) และยังไม่นับออปชั่นอื่นๆอีกหลากหลาย ซึ่งส่งผลให้ราคาโดดไปกว่า 7 หมื่นเหรียญฯ
ตัวอย่างคันสีแดง คูเป้ ที่นำมาโชว์ใน Detroit Auto Show เมื่อต้นเดือน มกราคม ราคาแปะป้าย 73,360 เหรียญฯ เมื่อเราพิจารณาเปรียบเทียบกันระหว่างราคา กับสมรรถนะของรถ เมื่อถูกจับไปเปรียบเทียบกับ 911 หรือ แม้กระทั่ง GT-R มันทำให้เจ้า Stringray ใหม่นี้ ถือเป็นราคาที่เป็นตัวเลือก สำหรับผู้รักนิยม American Muscle จริงๆ

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Lexus LFA Nürburgring Edition ความสวยนี้มีไว้ให้เชยชม ก่อน Meet & Greet ที่เจนีวา


ภาพชุดแรกยังไม่จุใจ ก่อนเปิดตัวที่งาน Geneva Motor Show ทาง Lexus เลยขอสร้างกระแสความสนใจให้กับซุปเปอร์คาร์เวอร์ชั่น Track ของบริษัทฯอย่าง LFA Nürburgring สปอร์ตสุดแรงสำหรับการแข่งรถที่จะมีการผลิตรุ่นนี้ออกมาเพียง 50 คันจาก LFA ทั้งหมดที่จะผลิตออกมาจำหน่ายที่ 500 คันในปี 2012

LFA Nürburgring Edition รุ่นนี้จะใช้เวอร์ชั่นที่แรงขึ้นของเครื่องยนต์ V10 4.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 562 แรงม้า(เพิ่มขึ้นจากรุ่นมาตรฐานอยู่ 10 แรงม้า) ควบคุมผ่านเกียร์อนุกรม 6 สปีด โดยสามารถลดเวลาในการเปลี่ยนเกียร์จาก 0.20 เหลือเพียง 0.15 วินาที แม้ว่ารถจะมีกำลังมากขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้น แต่จากการที่มีการใช้แอโรพาร์ตเพื่อสร้างแรงกดอากาศในระดับความเร็วสูงโดยการใช้สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ขึ้น สปอยเลอร์ด้านข้างแบบครีบปลา ปีกหลังแบบยึดติดถาวร แต่ LFA Nürburgring ก็สามารถคงตัวเลขของอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไว้ที่ 3.7 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 325 กิโลเมตร/ชั่วโมง
การอัพเกรดอื่นๆได้แก่ การใช้ระบบกันสะเทือนสไตล์ฮาร์ดคอร์มากขึ้น โหลดเตี้ยลง 10 มิลลิเมตร ล้ออัลลอยลายพิเศษหุ้มด้วยยางที่ยึดเกาะถนนเป็นพิเศษ สำหรับสีตัวถังภายนอกมีให้เลือก 4 สีคือ ดำ ดำด้าน ขาว และส้ม โดยภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งให้เลือก 3 แบบคือ ดำ-แดง ดำ-ม่วง และดำทั้งหมด Lexus ยังเผยอีกว่า LFA ที่จะส่งไปทำตลาดในยุโรปจะมีการตกแต่งภายในด้วยการใช้คอนโซลกลางและแผงข้างประตูตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งแนวสปอร์ตทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์หุ้มด้วยวัสดุอัลคันทาร่า Lexus หวังไว้มากทีเดียวกับซุปเปอร์คาร์รุ่นแรกรุ่นนี้ ถ้าเปิดตัวได้ดี ก็จะทำให้อะไรๆง่ายขึ้นมาก สิ่งที่ยากอย่างเดียวก็คือราคาที่สูงลิบเมื่อเทียบกับซุปเปอร์คาร์หลายรุ่นในตลาด





ปิดฉากไลน์ Lexus LFA ซูเปอร์คาร์คันสุดท้ายหมายเลขที่ 500 ออกจากสายการผลิตแล้ว


เวลาผ่านไปเกือบสองปีหลังจากรถซูเปอร์คาร์ Lexus LFA ขึ้นสายการผลิตครั้งแรกที่โรงงานโมโตมาชิในประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดแบรนด์รถสุดหรูรายนี้ออกมาประกาศว่า LFA คันสุดท้ายหมายเลขผลิตที่ 500 ได้ออกจากสายการผลิตแล้ว เป็นการยืนยันว่ารถซูเปอร์คาร์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างยาวนานเกือบทศวรรษคันนี้มีจำนวนผลิตเพียง 500 คันถ้วนเท่านั้น

Lexus ระบุว่า LFA คันสุดท้ายซึ่งออกจากไลน์ผลิตเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา มาพร้อมแพ็คเกจพิเศษ Nürburgring มีตัวถังสีขาวพร้อมประทับป้ายหมายเลขคันที่ 500 ด้วย
รถซูเปอร์คาร์ของค่าย Lexus รุ่นนี้ถือเป็นรถที่มีความพิเศษและค่อนข้างหายาก ไม่เพียงใช้เวลานานเกือบ 10 ปีในการพัฒนาเท่านั้น แต่ยังใช้ทีมวิศวกรถึง 170 คน ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยสร้างสรรค์ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เกรดเดียวกับรถแข่ง F1 ทำให้ตัวถัง LFA ที่ใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์กว่า 65% นั้นมีน้ำหนักเบา แข็งแกร่งทนทานและมีสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยม
ขุมพลังขับเคลื่อนเป็นบล็อก V10 ความจุกระบอกสูบ 4.8 ลิตร สื่อมวลชนหลายฉบับยกให้เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ตอบสนองฉับไวและมีสุ้มเสียงไพเราะที่สุดในโลก ผลิตพละกำลัง 552 แรงม้า ทำเวลารอบสนามแข่ง Nürburgring ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 7:14.64 นาทีเท่านั้น
แน่นอนว่า Toyota จะเก็บข้อมูลและทักษะต่างๆที่ได้ระหว่างการพัฒนาและผลิต LFA ไว้ต่อยอดเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ในอนาคต แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่มีการประกาศแผนการของรถรุ่นใหม่ที่จะเป็นตัวแทนของ LFA แต่อย่างใด

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Lamborghini Renazzo-V ผลงานการโมดิฟายด์โดย Vorsteiner


นับเป็นครั้งแรกที่สำนักแต่งจากแคลิฟอร์เนียอย่าง Vorsteiner โชว์ฝีมือการตกแต่งซูเปอร์คาร์อิตาเลียน Lamborghini Gallardo ด้วยแพ็คเกจ Renazzo-V โดยมีสำหรับทั้งรุ่นฮาร์ดท็อปหลังคาแข็งรหัส LP560-4 และรุ่นสมรรถนะสูง LP570-4 Superleggera

แพ็คเกจ Renazzo-V ครบครันด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ตั้งแต่หน้าจรดท้ายรถไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า สเกิร์ตข้างแอโรไดนามิก สปอยเลอร์ท้าย กันชนหลังแบบมีครีบรีดอากาศพร้อมแผงดิฟฟิวเซอร์ สำหรับล้ออัลลอยเนื้อฟอร์จมีทั้งขนาด 19 และ 20 นิ้วให้เลือกติดตั้ง
Gallardo Renazzo-V จะออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้า คาดว่าจะได้รับความนิยมสูงจากลูกค้ากระเป๋าหนักชาวอเมริกันเพราะเป็นผลงานชิ้นบุกเบิกของสำนัก Vorsteiner สำหรับราคาจำหน่ายยังไม่เปิดเผย

Lamborghini ประกาศเรียกคืน Aventador LP 700-4 หลังพบปัญหาไฟหน้าผิดปกติ


Lamborghini ประกาศเรียกคืนรถซูเปอร์คาร์ตัวท็อปของค่ายอย่าง Aventador LP 700-4 หลังพบปัญหาผิดปกติที่กรอบไฟหน้า โดยเจ้าของ Aventador ที่ผลิตระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม 2011 ถึง 20 เมษายน 2012 จะต้องนำรถเข้าตรวจเช็คที่ดีลเลอร์

อย่างไรก็ตาม ด้วยการเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีค่าตัวแพงหูฉี่ จึงไม่น่าแปลกใจที่การเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมจำนวนรถเพียง 144 คันเท่านั้น
แบรนด์รถจากอิตาลีระบุว่า กรอบไฟหน้าของ Aventador LP 700-4 ที่ผลิตในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ข้อ 108 ว่าด้วยเรื่อง “กรอบไฟหน้า วัสดุสะท้อนแสงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง”
ต้นตอของปัญหากรอบไฟหน้าในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการตรวจพบว่า Aventador LP 700-4 บางรุ่นส่องแสงสว่างในทางกว้างมากเกินไปโดยไม่ได้ส่องในแนวสูง ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยได้ชัดเจน ขณะเดียวกันยังอาจส่องเข้าตาผู้ขับขี่รถที่สวนมาอีกด้วย สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทั้งสองฝ่าย
Lamborghini จะเรียนแจ้งเจ้าของรถที่เข้าข่ายเรียกคืนในวันที่ 17 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยลูกค้าจะต้องนำรถเข้ามาตรวจเช็คที่ดีลเลอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปรับตั้งทิศทางไฟหน้าใหม่ เน้นให้ส่องในแนวตั้งมากขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Nissan สร้างสถิติยอดขายเดือนพฤศจิกายนสูงสุดในเอเชีย และโอเชียเนีย



ฮ่องกง (12 ธันวาคม 2555) : บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด รายงานยอดขายประจำเดือนพฤศจิกายนของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จำนวน 35,908 คัน ซึ่งเป็นยอดขายประจำเดือนสูงสุด เพิ่มขึ้น 71.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดขายปีที่แล้วในช่วงเดือนเดียวกันซึ่งอยู่ที่ 20,912 คัน ทั้งนี้ยอดขายหลักมาจากประเทศไทย มาเลเซีย และ ออสเตรเลีย
 Nov.Nov.MonthlyYTDYTDYTD
 20122011% chg20122011% chg
Thailand16,0953,294388.6%81,43341,71395.2%
Australia7,0295,83720.4%52,61243,75320.2%
Indonesia5,4386,037-9.9%45,99739,40916.7%
Malaysia5,0012,309116.6%25,45520,25225.7%
Other2,3453,435-31.7%17,94221,717-17.4%
TOTAL35,90820,91271.7%223,439166,84433.9%

ข้อมูลยอดขาย
ประเทศไทย
• นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) มียอดขายอยู่ที่ 16,095 คัน ซึ่งเป็นยอดขายประจำเดือนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เพิ่มขึ้น 388.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายปีที่แล้วในช่วงเดือนเดียวกัน โดยรถยนต์อีโค คาร์ และ นโยบายคืนภาษีรถคันแรก เป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มยอดขาย
• ยอดขายเดือนพฤศจิกายน นิสสัน อัลเมร่า จำนวน 10,079 คัน และ นิสสัน ซิลฟี จำนวน 1,308 คัน ซึ่งยอดจองรวมของนิสสัน ซิลฟี ตั้งแต่เปิดตัวมา(สิงหาคม) อยู่ที่ 6,000 คัน
ออสเตรเลีย
• นิสสัน มอเตอร์ (ออสเตรเลีย) มียอดขายอยู่ที่ 7,029 คัน ซึ่งเป็นยอดขายประจำเดือนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 เพิ่มขึ้น 20.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายปีที่แล้วในช่วงเดือนเดียวกันซึ่งอยู่ที่ 5,837 คัน
• ยอดขายแต่ละรุ่น ได้แก่ นาวารา จำนวน 2,057 คัน เอ็กซ์เทรล จำนวน 1,326 คัน ดูอัลลิส จำนวน 1,293 คัน และ ไมครา 1,009 คัน
มาเลเซีย
• บริษัท ตันจง มอเตอร์ รายงานยอดขายอยู่ที่ 5,001 คัน เพิ่มขึ้น 116.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายปีที่แล้วในช่วงเดือนเดียวกัน ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของนิสสันเพิ่มขึ้นเป็น 9.8 เปอร์เซ็นต์ จาก 4.8 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่แล้ว นับเป็นยอดขายที่สูงสุดตั้งแต่ปี 2531
• ยอดขายเดือนพฤศจิกายน นิสสัน อัลเมร่า จำนวน 3,324 คัน ซึ่งยอดจองรวมตั้งแต่เปิดตัวมา(ตุลาคม) อยู่ที่ 9,000 คัน
ส่วนแบ่งทางการตลาดของนิสสันในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของเดือนพฤศจิกายน สูงสุดอยู่ที่ 7.9 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมา
* ภูมิภาคเอเชียของนิสสัน หมายถึง เอเชีย แต่ไม่รวมถึง ประเทศญี่ปุ่น จีน และ อินเดีย

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Ferrari F12 Berlinetta ปรับแต่งเบาๆโดย Oakley Design


Oakley Design เปิดตัวชุดแต่งแบบพอหอมปากหอมคอของ Ferrari F12 Berlinetta ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความนิยมจากสำนักแต่งอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้เราเคยรายงานไปแล้วว่า Novitec Rosso โชว์ผลงานอัพเกรดเป็นเจ้าแรก

ชุดแต่งของ Oakley Design เน้นความเรียบหรูดูดีมีรสนิยมด้วยการโหลดตัวรถลงเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่ ขณะที่ตัวถังได้รับการติดตั้งชุดคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งกันชนหน้า สเกิร์ตด้านข้างและช่องระบายอากาศที่ด้านท้าย
ไม่มีความชัดเจนว่ามีการอัพเกรดขุมพลัง V12 ความจุกระบอกสูบ 6.2 ลิตรด้วยหรือไม่ แต่เครื่องยนต์สแตนดาร์ดก็ถือว่าแรงกระชากใจจนได้ชื่อว่าเป็นรถ Ferrari ที่ทรงพลังที่สุดในเวลานี้ พกแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 730 ตัว แรงบิด 690 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 3.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม.

Porsche ยืนยันแผนการเปิดตัว 4 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ภายในปี 2018


Porsche เตรียมเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่อย่างน้อยสี่รุ่นภายในปี 2018 ครอบคลุมถึงรถครอสโอเวอร์ขนาดกลางอย่าง Macan และรถสปอร์ตไฮบริดรหัส 918 Spyder ที่มีกำหนดการเผยโฉมในปีหน้า

ยังมีรถอีกหลายรุ่นที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ดบริหารของ Porsche ไม่ว่าจะเป็นรถสปอร์ตขนาดกลางที่จะถูกวางตำแหน่งการตลาดระหว่าง 911 และ 918 Spyder ตลอดจนรถซีดานขนาดเล็กกว่า Panamera ซึ่งตกเป็นข่าวมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว
Matthias Mueller ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Porsche กล่าวว่าการตัดสินใจผลิตรถสปอร์ตขนาดกลางนั้นอาจจะต้องใช้เวลาอีกราว 12 เดือน หากได้รับไฟเขียวจะถูกพัฒนาบนโครงสร้างรถขับเคลื่อนล้อหลัง MMB ของ Volkswagen Group ซึ่งจะเป็นแพลทฟอร์มเดียวกันกับ Lamborghini Gallardo และ Audi R8 เจนเนอเรชั่นใหม่ด้วย
ซีอีโอของ Porsche เผยด้วยว่ารถซีดานขนาดเล็กที่ใช้ชื่อว่า Pajun หรือ Panamera Junior นั้น “อาจเป็นไปได้” แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาว่าจะได้ยลโฉมกันเมื่อใด แต่ที่แน่ๆคือ Pajun จะเป็นคู่แข่งสำคัญของ BMW 5-Series และ Mercedes-Benz E-class
ขณะที่การแตกไลน์ Panamera เป็นเวอร์ชั่นคูเป้นั้นอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้เช่นกัน แต่ก่อนอื่น Porsche จะทำการปรับโฉมครั้งใหญ่ให้แก่ Panamera รุ่นปัจจุบันเสียก่อน โดยจะออกจำหน่ายในปีหน้าอย่างแน่นอน
สำหรับข่าวลือที่ว่า Porsche อาจทำตลาดรถสปอร์ตขนาดเล็กกว่า Boxster หรือที่เรียกกันว่า 550 นั้นถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดแล้ว เพราะ Porsche มองว่ารถสปอร์ตรุ่นเล็กอาจจะลดทอนภาพลักษณ์ความหรูหราของแบรนด์ลงไปได้ ขณะที่ Cayman เจนเนอเรชั่นที่สองซึ่งเปิดตัวที่งานลอสแองเจลิส ออโต้โชว์เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จะออกจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกาเดือนเมษายนปีหน้าแน่นอน
สุดท้าย Mueller ซึ่งรับตำแหน่งซีอีโอของ Porsche เมื่อสองปีที่แล้วบอกว่า บริษัทฯ เพิ่งอัดฉีดเงินราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปีในการพัฒนารถและเครื่องยนต์รุ่นใหม่ โดยก่อนหน้ารับตำแหน่งนี้เขามีบทบาทสำคัญในการวางแผนผลิตภัณฑ์และดำเนินการจัดการแบรนด์ให้แก่ Volkswagen

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Fisker Halts Karma ส่งขายล่าช้าเหตุแบตเตอรี่ A123 ขาดตลาด


ค่ายรถชื่อดังอย่าง Fisker Automotive ล่าสุดนั้นเตรียมเปิดตัวรถของตัวเองรุ่นใหม่ล่าสุดออกให้โดยได้ชมกันในวันนี้ โดยทางค่ายรถจาก California นั้นเผยว่าเจ้ารถรุ่น Karma นั้นเป็นรถแบบพลังงาน plug-in hybrid ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ประหยัดพลังงานอีกด้วย


ทางด้าน Tony Posawatz ประธานบริหารของทาง Fisker ก็ได้บอกว่าในงาน LA Auto Show นั้นเราจะได้เห็นรถรุ่นใหม่นี้แน่นอนแต่ขออุบไว้ก่อนจนกว่าจะถึงวันที่ 6 ธันวาคม และทางบริษัทนั้นก็ได้รอแบตเตอรี่สำรอง A123 Systems ที่จะนำมาใช้ด้วย

“เพราะตอนนี้เรายังไม่มีแบตเตอรี่เนื่องจากการผลิตไม่ทันเพราะความต้องการในการใช้งานนั้นสูงเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตามเราจะพยายามเร่งให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และจะพยายามให้ทันภายในเดือนธันวาคมนี้”
Johnson Controls  นั้นได้รับสิทธิแรกในการผลิตแบตเตอรี่ชิ้นนี้นอกจากนี้ยังมี Wanxiang Group จากประเทศจีนที่ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลให้มาร่วมประมูลราคาของ A123 นอกจากนี้บริษัทอื่นๆอย่าง Siemens และ NEC ก็สนใจอยู่เช่นกัน แต่โชคร้ายสำหรับ Fisker เพราะว่าพวกเขาบอกว่าการทดสอบและประเมินผลชุดแบตเตอรี่ใหม่อาจใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเลยทีเดียว

“ผมต้องการแบตเตอรี่ในคอนเซปต์ plug and play และจะเป็นการดีหากบริษัทที่ได้ทำ A123 Systems นั้นคือ Johnson Controls หรือ Wanxiang ที่ใดที่หนึ่ง”


Porsche 911-Based GT9 Vmax เปิดตัวพร้อมเครื่องทรงพลัง


หากพูดถึงการสร้างรถอย่าง Porsche ที่ทรงพลังนั้นคงไม่มีใครเกินค่ายรถจากเยอรมันอย่าง Germany’s 9ffที่โดดเด่นเกินหน้าเกินตาใครและตอนนี้พวกเขาจะมาในชื่อ GT9 ที่จะทำการเปิดตัวในสัปดาห์หน้าในงาน 2012 Essen Motor Show

The GT9 Vmax นั้นเป็นรถรุ่นใหม่ของ 9ff’s supercar ที่ทำก่อนหน้า Porsche 911 สำหรับเครื่องยนต์ของ GT9 รุ่นดั้งเดิมนั้นมีกำลัง 750-973 แรงม้า และในส่วนของ GT9-R นั้นจะเพิ่มไปถึง 1,120 แรงม้าเลยทีเดียวที่มาพร้อมเครื่องขนาด 4.2 ลิตรแบบ twin-turbocharged
สำหรับรุ่นตัวกลางนั้นจะมาพร้อมเกียร์แบบ 6 สปีด ทั้งยังใช้พวงมาลัยแบบควมคุมด้วยระบบ shift paddles ทำความเร่งจาก 0-100km/h ภายในเวลา 3.1 วินาทีและ 0-200km/h ภายใน 6.8 วินาทีปิดท้ายด้วย 0-300km/h ภายใน 13 วินาที
9ff’s supercar นั้นมีน้ำหนักรวม 1.340kg หรือ 2,954 pounds ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 437km/h หรือ 272 ไมล์เลยทีเดียว ส่วนสนนราคาของ GT9 Vmax’s นั้นเริ่มต้นที่ €895,000 โดบไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม





Jaguar F-Type เปิดตัวงาน LA Show พร้อมเพิ่มเติม “Design” และ “Black”


หลังจากภายในงาน Paris Auto Show ที่ทาง Jaguar ค่ายรถชื่อดังนั้นได้เปิดตัวรถอย่าง F-Type roadster เพื่อตีตลาดรถที่ใหญ่ทีสุดในโลกอย่างในสหรัฐอเมริกา และแถลงการณ์ว่าพวกเขาจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรถรุ่นนี้ในอีก 2 เดือนถัดมา


นอกจากนี้ในงาน LA Auto Show ที่จัดขึ้นทาง Jaguar ยังเผยเป็นนัยๆด้วยว่าพวกเขาได้ทำการพัฒนารถรุ่นใหม่อย่าง “new E-Type” label ไปด้วยเพื่อเตรียมการเปิดตัวในอนาคตข้างหน้า
The F-Type นั้นมาพร้อมรุ่นให้เลือกสามรุ่นด้วยกันโดยเริ่มต้นกันที่รถดั้งเดิมที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ v6 กำลัง 335 แรงม้า ในราคาเริ่มต้นที่ US$69,000 ถัดมานั้นจะเป็นรถรุ่น 375 แรงม้า S แบบ V6 ด้วยราคา US$81,000 ปิดท้ายด้วยรถแบบ supercharged V8 ขนาด 488 แรงม้าด้วยราคา US$92,000
นอกจากนี้ทาง Jaguar’s ยังได้ใส่ความเป็นสปอร์ตเข้าไปแบบด้วยโทนสี Firesand และการออกแบบภายนอกสุดสวยรวมถึงตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำทั้งหมด (เฉพาะ V6 models เท่านั้น)
สำหรับสีที่มีเลือกนั้นได้แก่ Firesand, Ultimate Black, Polaris White, Italian Racing Red, Rhodium Silver และ Satellite Grey ที่มาพร้อมการตกแต่งด้วยสเกิร์ตรอบคันและชุดแต่งแบบสปอร์สุดจ๊าบ











Jaguar เปิดตัวรถ “XFR-S Bows” พร้อมชุดแต่งแบบใหม่ทำจาก Carbon Fiber


สำหรับรุ่นใหม่ของทาง Jaguar ที่มีปีกด้านข้างที่ทำมาจาก Carbon Fiber นั้นอาจจะทำให้เจ้าของรุ่นอย่าง WRX นั้นเกิดอาการอิจฉาริษยาไม่น้อย และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมทางค่ายถึงนำรถรุ่นใหม่นี้มาโชว์ในงาน La Auto Show ครั้งนี้



หากคุณไม่ได้ติดตามข่าวสารมาก่อนหน้านี้อาจจะไม่ทราบว่าเจ้ารถ XFR-S คันนี้ของทาง Jaguar นั้นถือเป็นรถที่มีประสิทธิภาพและความเร็วมากที่สุดนับตั้งแต่แบรนด์นี้ตั้งขึ้นมาเลยทีเดียวจากการเปิดเผยของทางบริษัท
นอกจากนี้ทาง XFR-S ที่นำมาโชว์ในงาน Los Angeles Auto Show ในอาทิตย์นี้นั้นจะแสดงถึงการตกแต่งแบบชุดพิเศษที่ปรับปรุงเพิ่มเติมนอกจากให้ความสวยงามด้วยการเพิ่มสปอยเลอร์แบบใหม่ที่ทำให้รถที่ลักษณะเป็นสปอร์ตมากขึ้นและช่วยในเรื่องของน้ำหนักที่เบาลงถึง 68% ทำให้น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
หากเทียบกับรถรุ่น plain-vanilla XFR พลังงานของเจ้า S model’s จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตรแบบ supercharged V8 ซึ่งมีแรงม้ามากถึง 542 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 502 lb-ft ซึ่งเพิ่มมากกว่าเดิม 40 แรงม้าและแรงบิดเพิ่มขึ้น 41 lb-ft พร้อมทั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีดด้วยระบบ ‘Quickshift’ ขับเคลื่อนทางล้อหลัง
The XFR-S นั้นสามารถทำความเร่งจาก 0-60 ไมล์ได้ในระยะเวลา 4.4 วินาที (0-100กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.6 วินาที)และทำความเร็วมากสุดได้ถึง 186mph (300km/ชั่วโมง) เลยทีเดียว
ด้านระบบอื่นๆนั้นจะพัฒนาช่วงล่างให้ดีขึ้นและเพิ่มระบบใหม่ๆเช่น recalibrated Electronic active differential และ Dynamic Stability Control systems พร้อมปิดท้ายด้วยล้อแมกซ์แบบใหม่ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้วที่มาพร้อมยางรถยนต์คุณภาพ


วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Novitec Rosso ยกระดับซูเปอร์คาร์ Ferrari F12berlinetta ทั้งสมรรถนะและดีไซน์


เป็นอีกครั้งที่ Novitec Rosso สำนักแต่งจากเยอรมนีโชว์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซในการโมดิฟายด์รถซูเปอร์คาร์ชั้นนำของโลก ล่าสุดถึงคิวของ Ferrari F12berlinetta ซูเปอร์คาร์สองประตูคูเป้ที่มีพละกำลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ม้าลำพอง
การโมดิฟายด์เน้นเพิ่มพละกำลังและการคอนโทรลตัวรถ Novitec ทำการปรับระบบหัวฉีดและการจุดระเบิดของขุมพลังบล็อก V12 ความจุกระบอกสูบ 6.2 ลิตรใหม่ จากรุ่นสแตนดาร์ดผลิตพละกำลังที่ 730 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตันเมตร รีดแรงม้าได้เป็น 753 ตัวที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 703 นิวตันเมตรที่ 6,300 รอบ/นาที
การปรับจูนกล่องสมองกล ECU ยังช่วยเพิ่มรอบเครื่องยนต์ให้จัดจ้านเพิ่มขึ้นเป็น 8,900 รอบ/นาที ทำให้ F12berlinetta คันนี้มีท็อปสปีดแตะระดับ 345 กม./ชม. เพิ่มขึ้นจากเดิม 340 กม./ชม.
ลำดับต่อไปคือการเปลี่ยนชุดสปริงแบบสปอร์ตปรับระดับได้ที่สามารถโหลดส่วนสูงของ F12berlinetta ให้เตี้ยลงถึง 40 มม. ขณะเดียวกัน ยังสามารถยกส่วนหน้ารถขึ้นได้อีก 40 มม.เพียงกดสวิทช์บนคอนโซล สำหรับเวลาขับผ่านเนินหลังเต่าหรือขึ้นทางลาดชัน
Novitec นำเสนอล้ออัลลอยชุดใหม่ขนาด 21 นิ้วที่ด้านหน้าและ 22 นิ้วที่ล้อหลัง สวมยางสมรรถนะสูง Pirelli ไซส์ 255/30 ZR 21 และ 335/25 ZR 22 ที่คู่หน้าและหลังตามลำดับ นอกเหนือจากล้ออัลลอยแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกไม่มีการปรับแต่งมากนัก โดย Novitec บอกว่ากำลังพัฒนาชุดแอโรพาร์ทซึ่งจะเผยโฉมเร็วๆนี้
สำหรับในห้องโดยสารตกแต่งเสริมความดุดันยิ่งขึ้น ด้วยวัสดุ Alcantara และหนังชั้นดี ส่วนแป้น paddle shift เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยเป็นคาร์บอนไฟเบอร์
Novitec Rosso ระบุด้วยว่ากำลังโมดิฟายด์ขุมพลัง V12 ในสเตปต่อไปพร้อมกับดีไซน์ชุดแต่งแอโรไดนามิกรอบคันใหม่ด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมจะได้รับการเปิดเผยอีกครั้ง

Koenigsegg Agera R BLT ไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ 1,140 แรงม้า จากสวีเดน


Koenigsegg ค่ายรถไฮเปอร์คาร์จากสวีเดนเผยภาพรถรุ่นพิเศษ Agera R BLT ที่เพิ่งคลอดออกจากโรงงานเพียงคันเดียวในโลกแบบสดๆร้อนๆ เตรียมส่งไปให้ลูกค้ามหาเศรษฐีนิรนามชาวจีนที่สั่งทำเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สีน้ำเงินเข้มที่ชวนให้นึกถึงซูเปอร์คาร์อย่าง Pagani Zonda Tricolore พร้อมเติมความร้อนแรงด้วยเส้นสายสีแดงรอบคัน ซึ่งเป็นความต้องการพิเศษของลูกค้า
Agera R BLT เป็นผลงานชิ้นแรกตามนโยบายเปิดให้ลูกค้าปรับแต่งรถได้ตามต้องการ “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับผลลัทธ์ที่ออกมา และเราหวังว่าลูกค้าจะมีความตื่นเต้นเหมือนกับเราเมื่อได้สัมผัสกับรถรุ่นพิเศษคันนี้ที่มีเพียงคันเดียวเท่านั้น” Christian von Koenigsegg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Koenigsegg กล่าว
สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนจัดว่าแรงระดับแถวหน้าของโลก ด้วยบล็อก V8 ความจุกระบอกสูบ 5.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศทวินเทอร์โบชาร์จ รีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,140 แรงม้า แรงบิดทะลุเพดาน 1,200 นิวตันเมตร รองรับเชื้อเพลิงเอธานอล E85 ด้วยน้ำหนักตัวรถอยู่ที่เพียง 1,435 กก. Agera R BLT สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ได้ที่ 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 390 กม./ชม.
สำหรับราคาค่าตัวของ Agera R รุ่นสแตนดาร์ดอยู่ที่ 1.2 ล้านยูโร แน่นอนว่ารุ่นพิเศษอย่าง BLT จะสูงกว่าเล็กน้อย