แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jaguar แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jaguar แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Jaguar F-Type เปิดตัวงาน LA Show พร้อมเพิ่มเติม “Design” และ “Black”


หลังจากภายในงาน Paris Auto Show ที่ทาง Jaguar ค่ายรถชื่อดังนั้นได้เปิดตัวรถอย่าง F-Type roadster เพื่อตีตลาดรถที่ใหญ่ทีสุดในโลกอย่างในสหรัฐอเมริกา และแถลงการณ์ว่าพวกเขาจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรถรุ่นนี้ในอีก 2 เดือนถัดมา


นอกจากนี้ในงาน LA Auto Show ที่จัดขึ้นทาง Jaguar ยังเผยเป็นนัยๆด้วยว่าพวกเขาได้ทำการพัฒนารถรุ่นใหม่อย่าง “new E-Type” label ไปด้วยเพื่อเตรียมการเปิดตัวในอนาคตข้างหน้า
The F-Type นั้นมาพร้อมรุ่นให้เลือกสามรุ่นด้วยกันโดยเริ่มต้นกันที่รถดั้งเดิมที่มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ v6 กำลัง 335 แรงม้า ในราคาเริ่มต้นที่ US$69,000 ถัดมานั้นจะเป็นรถรุ่น 375 แรงม้า S แบบ V6 ด้วยราคา US$81,000 ปิดท้ายด้วยรถแบบ supercharged V8 ขนาด 488 แรงม้าด้วยราคา US$92,000
นอกจากนี้ทาง Jaguar’s ยังได้ใส่ความเป็นสปอร์ตเข้าไปแบบด้วยโทนสี Firesand และการออกแบบภายนอกสุดสวยรวมถึงตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำทั้งหมด (เฉพาะ V6 models เท่านั้น)
สำหรับสีที่มีเลือกนั้นได้แก่ Firesand, Ultimate Black, Polaris White, Italian Racing Red, Rhodium Silver และ Satellite Grey ที่มาพร้อมการตกแต่งด้วยสเกิร์ตรอบคันและชุดแต่งแบบสปอร์สุดจ๊าบ











Jaguar เปิดตัวรถ “XFR-S Bows” พร้อมชุดแต่งแบบใหม่ทำจาก Carbon Fiber


สำหรับรุ่นใหม่ของทาง Jaguar ที่มีปีกด้านข้างที่ทำมาจาก Carbon Fiber นั้นอาจจะทำให้เจ้าของรุ่นอย่าง WRX นั้นเกิดอาการอิจฉาริษยาไม่น้อย และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมทางค่ายถึงนำรถรุ่นใหม่นี้มาโชว์ในงาน La Auto Show ครั้งนี้



หากคุณไม่ได้ติดตามข่าวสารมาก่อนหน้านี้อาจจะไม่ทราบว่าเจ้ารถ XFR-S คันนี้ของทาง Jaguar นั้นถือเป็นรถที่มีประสิทธิภาพและความเร็วมากที่สุดนับตั้งแต่แบรนด์นี้ตั้งขึ้นมาเลยทีเดียวจากการเปิดเผยของทางบริษัท
นอกจากนี้ทาง XFR-S ที่นำมาโชว์ในงาน Los Angeles Auto Show ในอาทิตย์นี้นั้นจะแสดงถึงการตกแต่งแบบชุดพิเศษที่ปรับปรุงเพิ่มเติมนอกจากให้ความสวยงามด้วยการเพิ่มสปอยเลอร์แบบใหม่ที่ทำให้รถที่ลักษณะเป็นสปอร์ตมากขึ้นและช่วยในเรื่องของน้ำหนักที่เบาลงถึง 68% ทำให้น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
หากเทียบกับรถรุ่น plain-vanilla XFR พลังงานของเจ้า S model’s จะใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตรแบบ supercharged V8 ซึ่งมีแรงม้ามากถึง 542 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 502 lb-ft ซึ่งเพิ่มมากกว่าเดิม 40 แรงม้าและแรงบิดเพิ่มขึ้น 41 lb-ft พร้อมทั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีดด้วยระบบ ‘Quickshift’ ขับเคลื่อนทางล้อหลัง
The XFR-S นั้นสามารถทำความเร่งจาก 0-60 ไมล์ได้ในระยะเวลา 4.4 วินาที (0-100กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.6 วินาที)และทำความเร็วมากสุดได้ถึง 186mph (300km/ชั่วโมง) เลยทีเดียว
ด้านระบบอื่นๆนั้นจะพัฒนาช่วงล่างให้ดีขึ้นและเพิ่มระบบใหม่ๆเช่น recalibrated Electronic active differential และ Dynamic Stability Control systems พร้อมปิดท้ายด้วยล้อแมกซ์แบบใหม่ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้วที่มาพร้อมยางรถยนต์คุณภาพ


วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Jaguar’s Hot Winged XFR-S รถสุดแรงเปิดเผยภาพก่อนผ่านเว็ปไซต์ออนไลน์


เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นทาง Jaguar ได้เปิดเผยภาพตัวอย่างของรถอย่าง XFR-S รุ่นใหม่ของเขาซึ่งในตอนนั้นเป็นเพียงภาพตัดออกมาให้ชมบางส่วนเท่านั้น แต่ในตอนนี้ล่าสุดนั้นพวกเขาได้ทำการเปิดตัวรูปภาพแบบเต็มเป็นครั้งแรกของเจ้ารถซีดานที่เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของแบรนด์นับตั้งแต่ก่อตั้งมาผ่านการเผยแพร่บนโลกออนไลน์

การเปิดเผยในครั้งนี้นั้นทำให้เราได้มีโอกาสเห็นภายในตัวรถและรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณสมบัติทางเทคนิคของตัวมันก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Los Angeles Auto Show สำหรับในตอนนี้นั้นเราสามารถเปิดเผยเบื้องต้นได้แล้วว่ารถรุ่นนี้นั้นจะใช้เครื่องยนต์จาก Jaguar’s ที่ปรับแต่งมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตรแบบ v8 ระบบ supercharged ที่มีกำลัง 540-550 แรงม้าด้วยกัน
ภาพเหล่านี้ใหม่ยังเผยให้เห็นการออกแบบรถในเชิงที่ดุดันมากขึ้นของเจ้า XFR-S ‘ที่มีกันชนหน้าออกแบบใหม่และผสมผสานช่องระบายอากาศขนาดใหญ่และรวมถึงตัดแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์รวมถึงออกแบบตัวกระโปรงด้านข้างและปีกขนาดใหญ่ด้านหลังใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ในรูปแบบของ XF series นั้นจะผลิตรถมาจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเพียงแค่ 200 คันเท่านั้นโดยจะมีล้อแมกซ์รุ่นใหม่ของทาง Jaguar’s เองที่จะใช้โครเมี่ยมแบบสว่างช่วยตัดกับความมืดได้เป็นอย่างดี












วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

มาแน่ Jaguar X-Type คู่แข่งสำคัญ BMW 3-Series และ Mercedes-Benz C-Class


Jaguar กำลังขะมักเขม้นพัฒนา X-Type รถคอมแพกต์ซีดานรุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีชื่อโครงการเรียกขานกันภายในบริษัทว่า Project X760 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2015
Project X760 จะออกทำตลาดซีดานระดับ C เซกเมนท์ที่มีการแข่งขันกันสูงและสามารถทำกำไรได้มาก คู่แข่งสำคัญ คือ BMW 3-Series และ Mercedes-Benz C-Class โดย Jaguar จะส่งทั้งเวอร์ชั้นซีดานสี่ประตู ตามมาด้วยสเตชั่นวากอน ใครที่กำลังลุ้นโมเดลคูเป้อาจจะผิดหวังเพราะไม่มีแนวโน้มว่าแบรนด์หรูจากอังกฤษรายนี้จะผลิตออกมา
Jaguar ยังไม่กำหนดชื่อรุ่นหรืออาจยังใช้ชื่อ X-Type เหมือนเดิม แต่บอกเพียงว่าจะใช้แชสซีส์โมดูลาร์ PLA น้ำหนักเบาซึ่งเป็นพื้นฐานของ Range Rover และ Jaguar XJ เช่นกัน ในรุ่นเริ่มต้นจะใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่รุ่นท็อปไลน์จะเป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
สำหรับขุมพลังใต้ฝากระโปรงคาดว่าจะมีทั้งเบนซินและดีเซล พร้อมกับรุ่นสมรรถนะสูงที่จะออกฟาดฟันกับ M3 และ C63 AMG พร้อมกับยกระดับภาพลักษณ์ความสปอร์ตของแบรนด์ Jaguar ไปในตัว
หากข่าวลือเหล่านี้เป็นจริง X760 จะถูกเผยโฉมในฐานะรถต้นแบบในปี 2014 ก่อนขึ้นสายการผลิตเป็นรุ่นโปรดักชั่นออกจำหน่ายในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปี 2015
การทำตลาด X-Type เป็นเพียงแผนการขั้นแรกของ Jaguar ในการเจาะตลาดรถระดับพรีเมียมให้ถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยหลังจากเปิดตัวคอมแพกต์ซีดานรุ่นนี้แล้ว คิวต่อไปคือรถครอสโอเวอร์ที่จะแข่งกับ BMW X3 และ Mercedes-Benz GLK-Class ต่อไป

New Jaguar XFR-S รุ่นใหม่วางตลาดแค่ 200 คันในสหรัฐอเมริกา


คำนิยามจาก Jaguar ว่ารถคันนี้นั้นเป็น “ultra high performance” ก็ใช้ได้ดีทีเดียวสำหรับรถอย่าง all-new XFR-S รถแบบ sports sedan รุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่ายที่เตรียมตัวจะเปิดให้ชมกันภายในงาน 2012 Los Angeles Auto Show ที่จะถึงนี้

สำหรับค่ายรถเองนั้นได้ออกมาบอกแล้วว่าได้ออกภาพชุดที่สองของตัวรถแล้ว เพื่อให้เห็นส่วนของปีกด้านข้างที่ทำมาจาก arbon fiber เป็นวัสดุที่เพิ่มความแข็งแรงได้เป็นอย่างดี
ทาง Jaguar เองนั้นไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดมากนักแต่ก็มีการยืนยันว่ารถอย่าง XFR-S นั้นเป็นรถประเภท saloon ที่เร็วที่สุดของทาง Jaguar นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเป็นเวลา 67 ปี (หรือคิดเป็น 90 ปีหากนับรวมเวลาก่อตั้งบริษัท Swallow Sidecar Company ของทาง Sir William Lyons)
อย่างไรก็ตาม ทางด้านเครื่องยนต์นั้นมีการเผยออกมาว่าจะเป็นรุ่นที่พัฒนาแล้วโดยใช้ เครื่องยนต์ XFR ตัวเดิมขนาด 5.0 ลิตรแบบ v8 ในระบบ supercharged ที่มีกำลังอยู่ที่ 540 แรงม้า
นอกจากนี้ทาง Jaguar ยังเผยว่าการจำหน่ายรถรุ่น XKR-S Coupe ในสหรัฐอเมริกานั้นจะวางแผนจำหน่ายเพียงแค่ 200 คันเท่านั้นเพื่อให้เป็นรถที่ลับเฉพาะที่สุดรุ่นหนึ่งของทางค่าย

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Honda Jazz Hybrid ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด เคาะราคา 768,000 บาท ชูจุดเด่นส่งต่อเทรนด์ใหม่


วันที่ 26 กรกฎาคม  บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด ยนตรกรรมไฮบริด IMA รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพคท์ในประเทศไทย นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แจ๊ซไฮบริดที่เปิดตัวในประเทศไทยวันนี้นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของฮอนด้าที่ ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดในรถซับคอมแพคท์รุ่นแรก และรุ่นเดียวที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน
ฮอนด้าเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าชาวไทยที่ กำลังมองหารถยนต์ไฮบริดที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งาน ซึ่งระบบนี้จะประหยัดกว่าเครื่องยนต์ถึง 35% เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ขับสนุกควบคุมได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้หลากหลายมีพื้นที่ห้องโดยสารใหญ่กว่ารถในระดับเดียวกัน และประการสำคัญยังเป็นรถไฮบริดที่ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ราคาย่อมเยา เพราะหากเทคโนโลยีดีแค่ไหน แต่ถ้าราคาสูงเกินไป จับต้องได้ยากก็จะไม่เกิดประโยชน์” นายพิทักษ์กล่าว

ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดและการใช้ พลังงานทางเลือก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อนาคตอันสดใสและยั่งยืน ตามพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม Blue Skies for Our Children ซึ่งฮอนด้าทั่วโลกมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 30% ของทุกผลิตภัณฑ์ ให้ได้ภายในปี 2563 ทั้งนี้ ยังเป็นการมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่ โดยร่วมแบ่งปันความยินดีกับผู้คน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ในราคาย่อมเยา และมีคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำซึ่งเป็นวิสัยทัศน์องค์กรของฮอนด้า ปี 2563 ด้วย
นายพิทักษ์กล่าวต่อว่า การเปิดตัวแจ๊ซ ไฮบริดครั้งนี้ ได้ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ได้แยกโควต้าการผลิตจากรุ่นเดิม ขณะนี้ได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรุ่น จากเดิม 240,000 คันต่อปี เป็น 300,000 คันต่อปี ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาส่วนยอดค้างส่งมอบรถในรุ่นแจ๊ซ และซิตี้ มีอยู่ 50,000 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้
สำหรับคิวการจองแจ๊ซ ไฮบริดนั้น ถือว่าเป็นการเปิดจองใหม่ เพราะเป็นรถรุ่นใหม่ ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับคิวการจอง มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะทำยอดจองได้อีก 5,000 คัน และตั้งเป้าหนึ่งปีไว้ที่ 10,000 คัน
นายชิงโกะ นากามิเนะ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาแจ๊ซไฮบริด ใหม่ คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ขนาดซับคอมแพคท์ที่มีความลงตัวสำหรับการใช้งานรวมถึงการ ปรับปรุงนวัตกรรมด้านเทคนิคและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในภาพรวม ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด ได้ผสมผสาน 2 เทคโนโลยีที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร ประการแรก เทคโนโลยีพื้นตัวถังที่มีการจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ฮอนด้า แจ๊ซรุ่นแรก ประการที่สอง การออกแบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดบางและชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะหรือ IPU ที่มีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ส่งผลให้ตัวรถสามารถตอบสนองพื้นที่ใช้สอยได้อย่างยอดเยี่ยม
แจ๊ซ ไฮบริด ได้รับการออกแบบโดยอิงแนวคิดเรียบ และล้ำสมัย โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในห้องโดยสารเพื่อรองรับการใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับระบบไฮบริดของแจ๊ซเป็นแบบคู่ขนาน  ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากรูปแบบของระบบไฮบริดแบบคู่ขนานไม่ซับซ้อน จึงทำให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความประหยัดเชื้อเพลิง คงความสนุกในการขับขี่
ชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา จัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของการจัดวางเบาะนั่งในรูปแบบเดียวกับแจ๊ซรุ่นเบนซิน ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยตอบสนองการใช้งานและจัดเก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ผลลัพธ์ ที่ได้คือ การสร้างสรรค์รถยนต์ไฮบริดขนาดซับคอมแพคท์ที่เพียบพร้อมด้วยคุณค่าใหม่ออก สู่ตลาดในประเทศไทยในวันนี้”
แจ๊ซ ไฮบริด มีมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA  เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร เครื่องยนต์จะให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5,800 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1,500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4,500รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและ เร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Modeโดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
ในขณะที่เครื่องยนต์เข้าสู่ EV Mode จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงานระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็น พลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ ทั้งนี้เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7ลิตร/100 กิโลเมตร) และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร (ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)
แจ๊ซ ไฮบริด ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานสไตล์สปอร์ตใหม่ล่าสุด อาทิ กระจังหน้า ไฟหน้าไฟท้ายแบบใหม่ดีไซน์ไฮบริด คิ้วโครเมียมฝากระโปรงท้าย ล้อแม็กอัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปุ่ม ECON ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอแสดงข้อมูล MID หน้าจอแสดงข้อมูลสถานะการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เครื่องเสียงแบบโมดูลพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX กล่องเก็บของใต้เบาะนั่งหลัง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางอเนกประสงค์ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง รองรับทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีทที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายโหมด เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถังรถยนต์แบบ G-CON นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริดยังได้รับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย
“ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นยนตรกรรมพลังงานสะอาด เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยฮอนด้าทั่วโลกต่างมุ่งมั่นในการแสวงหาแนวทางเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อส่งมอบธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัยให้คนรุ่นใหม่และลูกหลาน ของเราในอนาคต” นายพิทักษ์กล่าว
ทั้งนี้แจ๊ซ ไฮบริด มีรุ่นเดียว ตั้งราคาขายที่ 768,000 บาท  สีขาว เพิ่มอีก 10,000 บาท
ขอขอบคุณข้อมูล
http://www.matichon.co.th

Jaguar เปิดตัว “C-X3″ ท้าชนคู่แข่งทั้ง BMW 1-Series และ Mercedes Benz A-Class


ทาง Jaguar ค่ายรถสปอร์ตยักษ์ใหญ่รายหนึ่งของโลกนั้นได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆออกมาเรื่อยๆอย่างเช่น 001-2009 X-Type sedan แต่ล่าสุดนั้นค่ายรถจากทางสหราชอาณาจักรเผยว่าพวกเขาจะได้เตรียมตัวออกรถรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน

Jaguar นั้นต้องการทำรถรุ่นนี้ให้เป็นแบบ compact executive sedan อีกตัวเลือกหนึ่งและนี่คือเหตุผลที่เราจะได้พบกับรถรุ่นใหม่รุ่นนี้
Sukhveer Sihra นักออกแบบรถชื่อดังจาก London, สหราชอาณาจักรเองนั้นได้ทำการออกแบบรถตัวใหม่ภายใต้ชื่อ C-X3 เพื่อทำเป็นรถแบบ C-segment model ท้าชนกับรถค่ายอื่นๆชื่อดังอย่าง Audi A3, BMW 1-Series และ Mercedes-Benz A-Class
“ในโปรเจคต์นี้ทางนักเรียนออกแบบชื่อดังของทาง jaguar ได้ทำการออกแบบตามรถที่เป็นไปได้ในตระกูลของ C-segment แต่จะแฝงไปด้วยความหรุหราและทรงคุณค่าของแบรนด์ตามแบบรถสปอร์ตสุดโฉบเฉี่ยวและให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวสุดๆ” Sihra เผยส่งท้าย