วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เปิดสเปกยาริส อีโคคาร์ ตัวใหญ่กว่าด้วยหัวใจ 1.2 ลิตร

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ชาวไทยจะได้สัมผัสตัวเป็น ๆ ของรถยนต์ในโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เสียที หลังจากที่คู่แข่งต่างก็ทยอยเปิดตัวกันมาแล้วก่อนหน้านี้ทั้งหมด



ถามว่าโตโยต้าทำไมเปิดตัวช้าจัง ก็ต้องย้อนกลับไปในอดีตที่โตโยต้าเองเป็นค่ายรถรายสุดท้ายที่กระโดดเข้าร่วมโครงการดังกล่าว หลังจากทำท่าเหมือนจะไม่อยากเข้าร่วมในตอนแรก แต่ในที่สุดก็กลัวตกขบวน และมาปรากฎชื่อว่าสนใจโครงการในช่วงเกือบจะสุดท้ายของการรับสมัคร

หลังจากที่สามารถหักล้างประเด็นเรื่องขนาดของตัวรถที่จะเข้าโครงการได้ ก็มีกระแสข่าวลือว่าโตโยต้าเองพร้อมที่จะปรับรถยนต์แฮชท์แบ็กที่ทำตลาดอยู่ในประเทศไทยอย่างยาริสใหม่ เข้ามาสวมเครื่องยนต์ขนาดเล็กตามข้อกำหนด และใช้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใจอะไร เพราะหลังการเปิดตัวยาริสรุ่นใหม่ในประเทศจีน ซึ่งแม้จะใช้เครื่องยนต์ 1.3 1และ 1.5 ลิตร ถือว่ามีความใกล้เคียงในการนำมาปรับเป็นรถยนต์อีโคคาร์ในประเทศไทยมากที่สุดแล้ว

ล่าสุด มีข่าวแว่วมาแล้วว่ารถยนต์อีโคคาร์ที่จะนำมาทำตลาดในบ้านเราก็หนีไม่พ้นหน้าตาพิมพ์เดียวกับยาริส แอลทุกประการ เพียงแต่เครื่องยนต์ที่นำมาใช้จะเป็นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ขนาด 86 แรงม้า และมาพร้อม 4 รุ่นย่อยให้เลือก ซึ่งที่น่าแปลกคือ ไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้เลือกแต่อย่างใด



จุดขายที่สำคัญของยาริสใหม่ ก็คือขนาดห้องโดยสารที่กว้างและยาวที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอีโคคาร์ แฮชท์แบ็กด้วยกัน และยังพาลไปใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์แฮชท์แบ็กในกลุ่มบี-เซกเมนต์ ขณะที่หน้าตาได้รับการออกแบบมาให้มีความสปอร์ตในคราบของรถยนต์เล็กเลยทีเดียว

วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 4 เกรด ตามรายงานที่ได้มาคือเป็นรุ่นเกียร์อัตโนมัติซีวีทีทั้งหมด ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเซอร์ไพร์สอะไรอีกหรือไม่ โดยเกรดต่ำสุดจะใช้ชื่อว่า J ECO สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องงบประมาณ ขณะที่เกรดถัดมาอย่าง J และ E จะเพิ่มออพชั่นต่าง ๆ มากขึ้น และรุ่นท๊อปจะเป็นรุ่น G ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครัน รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ รอบคันรถ

มิติตัวถังภายนอก ยาว 4,115 มม. กว้าง 1,700 มม. และสูง 1,475 มม. มีความกว้างฐานล้อ 2,550 มม. เครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์รหัส 3NR-FE ขนาด 1,197 ซีซี. ที่ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที โดยสามารถรองรับเชื้อเพลิงอี20 ได้ และตัวรถมาพร้อมถังน้ำมัน 42 ลิตร

อุปกรณ์พื้นฐานมีมาให้มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นถึงลมเสริมความปลอดภันคู่หน้า พวงมาลัยไฟฟ้าแบบปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรกและระบบเสริมแรงเบรก มาพร้อมแผงคอนโซลหน้าสีเงินเข้ม เบาะผ้าสีดำ และยางอะไหล่แบบกระทะขอบ 14 นิ้ว

รุ่นท๊อปมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วและยางขนาด 185/60/R15 ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถพับไฟฟ้า คิ้วฝากระโปรงท้ายและมือจับแบบโครเมียม ระบบ Push Start และ Smart Entry พวงมาลัยแบบ 3 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ และจอแสดงข้อมูลการขับขี่

อุปกรณ์จะลดหลั่นกันลงไปเรื่อย ๆ ในรุ่น E จะเปลี่ยนมาใช้ล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว และลดเป็นล้อกระทะ 14 นิ้วในรุ่นล่างทั้ง 2 รุ่น รวมถึงตัดออพชั่นบางตัว เช่น กระจกมองข้างพับด้วยไฟฟ้าออก ซึ่งดูแล้ว หากต้องการใช้งานเป็นหลักก็อาจจะไม่ต้องไปถึงตัวท๊อปก็ได้ เพราะอุปกรณ์พื้นฐานก็ถือว่ามีมาอย่างครบครัน


สำหรับสีภายนอกของตัวถังนั้น มีมาให้เลือกถึง 7 สี และมีสีใหม่เอี่ยมมากถึง 3 สี ประกอบไปด้วย สีฟ้า Frozen Blue Metallic สีส้ม Orange Metallic และสีแดง Red Mica Metallic ส่วนสีมาตรฐานอีก 4 สี ก็ประกอบไปด้วยสียอดนิยมอย่าง สีขาว Super White สีบรอนด์เงิน Silver Metallic สีเทา Gray Metallic และสีดำ Attitude Black Mica

BMW เรียกคืนรถเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรทั่วโลก 176,000 คันจากปัญหาระบบเบรก

BMW ประกาศเรียกคืนรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รวมทั้งหมด 176,000 คันในหลายประเทศทั่วโลก หลังพบปัญหาระบบเบรกที่อาจเกิดอันตรายในการใช้งาน



ยักษ์เยอรมันประกาศการเรียกคืนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังพบว่ารถที่ใช้ขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตรมีการติดตั้งปั๊มหล่อลื่นสุญญากาศที่บกพร่อง ซึ่งถ้าหากตัวปั๊มดังกล่าวเกิดเสียขึ้นมา ระบบเบรกจะสูญเสียพลังในการชะลอรถ

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ BMW ยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ปัญหานี้ไม่ได้ทำให้ระบบเบรกเสียจนใช้ไม่ได้ แต่ผู้ขับขี่จะสูญเสียแรงเบรกและต้องออกแรงเหยียบเบรกมากกว่าปกติถึงจะสามารถชะลอเพื่อหยุดรถ

มีรถ BMW หลายรุ่นที่ครอบคลุมการเรียกคืน ไม่ว่าจะเป็น 2012-2014 320i, 328i, 320i xDrive, 328i xDrive ซีดาน, 2014 328i xDrive Sports Wagon, 2012 และ 2013 528i และ 528i xDrive ซีดาน, 2013 และ 2014 X1 sDrive28i และ X1 xDrive28i รวมถึงรถสปอร์ตโรดสเตอร์ 2012-2014 Z4 sDrive28i

รายงานข่าวระบุว่า การเรียกคืน 76,000 คันอยู่ในสหรัฐอเมริกา 25,000 คันในประเทศจีน 9,376 คันในแคนาดาและ 6,841 คันในเยอรมนี ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

BMW จะแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นรายบุคคลในเดือนพฤศจิกายนนี้ สำหรับการซ่อมแซมจะเริ่มในเดือนธันวาคม

2013 Audi Sport Quattro Concept รถสปอร์ตต้นแบบอวดโฉมความหล่อ

เฟซบุ๊ค Audi AG ส่งวีดีโอโปรโมท 2013 Sport Quattro Concept รถสปอร์ตคูเป้เวอร์ชั่นต้นแบบให้แฟนๆได้ยลโฉมกันอย่างเต็มตา ในโอกาสเฉลิมฉลองแฟนเพจครบ 100,000 คน


2013 Sport Quattro Concept เปิดตัวครั้งแรกที่งานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์เมื่อเดือนที่แล้ว ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถต้นแบบในปี 2010 และสะท้อนรูปลักษณ์สุดโมเดิร์นของรถสปอร์ตรุ่นแรกเริ่มอย่าง 1984 Sport Quattro

ขุมพลังขับเคลื่อนของ 2013 Sport Quattro Concept เป็นแบบปลั๊กอินไฮบริด ใช้บล็อก V8 ความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 8 สปีด ให้พละกำลังสูงสุด 700 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม.

น้ำหนักตัวถังอยู่ที่ 1,850 กก. ซึ่งมากกว่ารถต้นแบบเมื่อปี 2010 ถึงกว่า 500 กก.เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นปี 2013 มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เร็วกว่าอยู่ 0.2 วินาที

แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่ติดตั้งอยู่ใน 2013 Sport Quattro Concept มีขนาด 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถโลดแล่นได้ด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆได้ระยะทาง 50 กม. อัตราบริโภคน้ำมัน 40 กม./ลิตร ปล่อยมลพิษไอเสียเพียง 59 กรัม/กม.

เกาะติด Ducati 1199 Superleggera จ่อเปิดตัวที่งาน EICMA 2013 ในมิลานสัปดาห์หน้า

Ducati เตรียมเปิดตัว 1199 Superleggera ซูเปอร์ไบค์ที่เพียบพร้อมด้วยอีกระดับของเทคโนโลยีและระบบวิศวกรรมที่เหนือชั้นที่สุดในเวลานี้ที่งาน EICMA 2013



แน่นอนว่าถ้าหากซูเปอร์คาร์อย่าง Lamborghini จะมี Superleggera (ภาษาอิตาเลียนแปลว่า น้ำหนักเบา) ได้ แล้วทำไม Ducati จากแดนมะกะโรนีเหมือนกันจะมีไม่ได้ สำหรับ 1199 Superleggera คันนี้ใช้วัสดุไทเทเนียม แม็กนีเซียมและคาร์บอนไฟเบอร์ผสมผสานกันซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมรถสองล้อสมรรถนะสูง

1199 Superleggera จะมาพร้อมน้ำหนักตัวเพียง 155 กรัมเท่านั้น เมื่อขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระดับ 200 แรงม้าจึงถือเป็นซูเปอร์ไบค์ที่ “ถ่ายทอดสมรรถนะในแบบอิตาเลียนขนานแท้” จากคำนิยามของ Ducati

ซูเปอร์ไบค์ 1199 Superleggera ถูกเปิดเผยภาพชุดแรกผ่านทางเวบไซต์ ถึงแม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่า 75% ของยอดจำนวนการผลิตทั้งหมด 500 คันถูกจับจองเรียบร้อยแล้ว

เราจะได้รับชมภาพและข้อมูลฉบับเต็มของ Ducati 1199 Superleggera ที่งาน EICMA 2013 จากเมืองมิลานในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ โปรดติดตาม

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ได้แล้วผู้ชนะ MediaCorp Subaru Challenge 2013 (แตะรถชิงรถ) เป็นชาวสิงคโปร์ได้รับ Subaru Forester

ในที่สุดการแข่งขันแตะรถมาราธอน สุดหฤโหด ก็ได้จบสิ้นแล้ว หลังจากเริ่มการแข่งขันเมื่อวันเสาร์26 ตค. 2556 ช่วงบ่ายที่ผ่านมา และได้ทราบผลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ Last Man Standing จากทั้งสิ้น 400 คน โดยได้รับรางวัล Subaru Forester 2.0i premium มูลค่า 85,000 ดอลลาร์สิงคโปร์



นาย Yusman Wright เจ้าถิ่นชาวสิงคโปร์ อายุ 43 ปี ผู้ชนะเลิศได้ขับ Subaru Forester 2.0i premium กลับบ้านผู้นี้ สามารถเอามือกาว ของเขาแตะรถ ทำเวลาได้นานถึง 75 ชม. 1 นาที โดยที่ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 6 แล้วที่เขาได้เข้าร่วมแข่งในรายการนี้

สำหรับทีมที่มีเวลารวมกันมากที่สุด คือ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับรางวัลประเภททีม มูลค่า 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

ขณะที่สถิติของ Subaru Challenge ยังไม่ถูกทำลาย ในปี 2008 ที่ ผู้ชนะได้สร้างสถิติไว้ 81 ชม. 32 นาที

ฟอร์ดประกาศส่ง “เฟียสต้า-เอคโค่สปอร์ต” ยึดตลาดรถเล็ก

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศเดินหน้าทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปลายปีนี้ พร้อมที่จะส่ง เฟียสต้า อีโคบูสต์ เครื่องยนต์ใหม่ พร้อมด้ว เอคโค่สปอร์ต ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้ลูกค้าชาวไทยได้จับจอง ก่อนที่จะเริ่มส่งมอบอย่างเป็นทางการในปีหน้า



จากที่เราได้มีการรายงานถึงการเปิดไลน์การผลิตอย่างเป็นทางการสำหรับฟอร์ด เฟียสต้า อีโคบูสต์ ไปแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุด ได้มีการยืนยันจากผู้บริหารของฟอร์ดแล้วว่า ทั้งเฟียสต้าใหม่และเออร์บัน เอสยูวี รุ่นแรกของประเทศไทยอย่างฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต จะเปิดให้รับจองในงานแสดงรถยนต์สิ้นเดือนหน้า

ธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่าในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่จะจัดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ฟอร์ดพร้อมที่จะเดินหน้าทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กในประเทศไทย ด้วยการเปิดรับของรถยนต์รุ่นใหม่อย่างเฟียสต้า ที่มาพร้อมเครื่องยนต์อีโคบูสต์

นอกจากนี้ จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับรถยนต์เอสยูวีระดับบี-เซกเมนต์ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ซึ่งรายละเอียดทางด้านราคาและการทำตลาดจะได้เห็นในช่วงเดียวการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

ทั้งนี้ เอคโค่สปอร์ตจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ขนาด 110 แรงม้าที่ให้แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด ซึ่งเป็นการยกเครื่องยนต์และเกียร์มาจากเฟียสต้า 1.5 ลิตรที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

“เฟียสต้า อีโคบูสต์จะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ต้องการรถยนต์ที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ขณะที่เอคโค่สปอร์ตจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและโดดเด่น มีความต้องการในการใช้รถที่หลากหลายกว่า ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน”

เอคโค่สปอร์ตจะเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ต่อจากโฟกัสที่ทำการผลิตที่โรงงานฟอร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) ซึ่งนอกจากการทำตลาดรถยนต์ในรุ่นดังกล่าวแล้ว มีข่าวลือว่าฟอร์ดพร้อมจะนำเครื่องยนต์อีโคบูสต์ 1.0 ลิตรมาเพิ่มเป็นทางเลือกให้ลูกค้าในอนาคต รวมถึงมีแผนพิจารณาเพื่อส่งออกในภููมิภาคนี้ไปยังตลาดต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็เชื่อว่าฟอร์ดพร้อมจะเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าทีต้องการเฟียสต้า เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรด้วยเช่นกัน แต่คาดว่าจะไม่มีการเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าวในปีนี้ จะเน้นการทำตลาดเครื่องยนต์อีโคบูสต์ไปก่อนเท่านั้น

อีซูซุเตรียมเปิดตัว มิว-เอ็กซ์ อย่างเป็นทางการเย็นนี้

สร้างความสงสัยให้กับบรรดาผู้ที่ติดตามตั้งแต่วันเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่หมด เพราะอีซูซุประกาศก้องล่วงหน้า ว่าจะไม่มีการพัฒนารถยนต์เอนกประสงค์รุ่นใหม่บนพื้นฐานของดีแมคซ์ใหม่หมดไปอย่างน้อย 2 ปี และผ่านมาจนถึงวันนี้ ก็จะเป็นวันเปิดตัว มิว-เอ็กซ์ รถยนต์ดัดแปลงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ



ที่สร้างความสงสัยก็เพราะว่าเอาจริง ๆ แล้ว หากมองในแง่ของการพัฒนานั้น ไม่น่าจะยากเย็นอะไร เพราะพื้นฐานของการพัฒนาก็ไม่น่าจะแตกต่างจากแฝดคนละฝาอย่างเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์มากนัก แต่กลับกลายเป็นว่า อีซูซุปล่อยพี่เชฟขายก่อนร่วมปีจนแทบจะไมเนอร์เชนจ์เปลี่ยนเครื่องกันอยู่แล้ว

แต่เมื่อมาแล้วเราก็ต้องให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ เพราะอย่าลืมว่าอีซูซุเองก็มีอดีตที่ไม่ค่อยจะสวยหรูนักกับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ เพราะต้องยอมรับว่าหากมองไปที่ยอดขายของรุ่นเดิมอย่างมิว-7 ก็ไม่ได้เป็นรุ่นที่ทำยอดขายเป็นหลักให้กับอีซูซุ

การกลับมาของมิว-เอ็กซ์ นอกจากจะเป็นการเปิดตัวรถใหม่แล้ว ยังถือเป็นการล้างมืออีกครั้งของทีมงานพัฒนารถยนต์ของอีซูซุ เพราะหากมิว-เอ็กซ์ไม่สามารถทำยอดขายขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าของเซกเมนต์รถยนต์ดัดแปลงได้ คู่แข่งอย่างโตโยต้าและมิตซูบิชิ รวมถึงผู้ที่รอเปิดตัวอยู่อย่างฟอร์ดก็คงได้กำลังใจไปโข

แต่ก็อย่าคิดว่าจะง่ายเช่นกัน เพราะเอาจริง ๆ อีซูซุเองก็คงทำการบ้านมาแล้วเป็นอย่างดี เพราะเห็นได้จากความพยายามในการใส่อุปกรณ์ที่ช่วยยกระดับความหรูหราของรถยนต์กลุ่มนี้ รวมไปถึงการเป็นรถยนต์ครอบครัวเข้าไปอย่างเต็มพิกัด

การออกแบบภายนอกมีการติดตั้งซูเปอร์ เดย์ไลท์ ซึ่งเห็นกันได้ในรถยนต์หรูหราทั่วไป กระจังหน้าแบบ 3 มิติ รางหลังคาและสปอยเลอร์หลังคาที่ออกแบบมาอย่างลงตัว และไฟท้ายที่ได้รับการพัฒนาใหม่ แม้จะไม่ใช่แอลอีดีแต่ก็สร้างมิติของความสว่างที่มากขึ้น

ขณะที่ภายในห้องโดยสารอัดอุปกรณ์มาอย่างเต็มที่ เบาะหนังกึ่งแท้ พร้อมด้วยระบบปรับไฟฟ้าด้านคนขับ ระบบพับเบาะแบบสะดวก กุญแจอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบ Gemius Entry พร้อมติดตั้งระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบมาให้

เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้สมกับเป็นรถยนต์ครอบครัว ด้วยการติดตั้งดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ระบบเสริมแรงเบรกและระบบกระจายแรงเบรก มีระบบควบคุมการทรงตัวและระบบป้องกันล้อหมุนฟรี พร้อมด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทั้ง 7 ที่นั่ง

ช่วงล่างแบบคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ และช่วงล่างหลังแบบ 5-ลิงค์ แอคทีฟ พร้อมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ โดยมีเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 มาให้เลือก 2 รุ่นใน 4 โมเดลย่อย ได้แก่เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ขนาด 177 แรงม้าและเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ขนาด 136 แรงม้า โดยใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดทั้งหมด

สีตัวถังภายนอกมีให้เลือก 5 สีด้วยกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสียอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นขาวมุกที่ต้องเพิ่มเงินอีก 1.2 หมื่นบาท สีดำ สีบรอนซ์เงิน สีฟ้าอ่อน รวมถึงสีใหม่ซึ่งเป็นสีหลักที่ใช้ในการโปรโมตมาตั้งแต่แรกก็คือสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสีที่สวยสะดุดตาดีไม่หยอก

ราคายังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ และที่สำคัญก็คือดีลเลอร์แต่ละรายก็ได้แค่ราคาประมาณการณ์มาเท่านั้น แต่ที่ว่ากันคร่าว ๆ ดูเหมือนจะเซตราคามาถูกในระดับหนึ่ง เพื่อใช้ดึงลูกค้าในช่วงเปิดตัว

คนไทยเตรียมชมการแข่งขันสุดยอดรถแข่ง ROC 2013 ปีที่ 2 จัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน 14-15 ธค. นี้

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แถลงข่าวจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เรดบูล สิงห์ เรซออฟแชมเปี้ยนส์ 2013 ROC 2013 ปี2 ระหว่างวันที่ 14-15 ธ.ค. นี้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน



บิ๊กหนุ่มเผยว่า การแข่งขันรถยนต์ระดับโลก เรดบูล สิงห์ เรซออฟแชมเปี้ยนส์ ไทยแลนด์ 2013 ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่สอง ระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม 2556 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทยหัวหมากโดยการแข่งขันนี้เป็นการรวมแชมป์นักแข่งรถสนามระดับโลกมาพบกัน โดยการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้น 2 วัน คือในวันที่ 14 ธันวาคม จะเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศ(เรซออฟแชมเปี้ยนส์เนชั่นส์คัพ) โดยประเทศที่เข้าร่วม ได้แก่ ไทย, เยอรมนี, อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, อินเดีย, และ ญี่ปุ่น และวันที่ 15 ธันวาคม จะเป็นการแข่งขันชิงแชมป์เรซออฟแชมเปี้ยนส์ ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ เพราะเป็นการนำเอาแชมป์จากสนามต่างๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมแข่งขัน

สำหรับนักแข่งที่เข้าร่วมแข่งขัน นำโดย มิชาเอล ชูมัคเกอร์ แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 7 สมัย และ เซบาสเตียน เวทเทล แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย โรแมง โกรจอง แชมป์เก่ารายการนี้ประเภทเรซออฟแชมเปี้ยนส์ จากฝรั่งเศส ส่วนของไทยมี ติณห์ ศรีตรัย, แซนดี้ สตูวิค(ทีมสิงห์), ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ(ทีมโตโยต้า)

ผู้สนใจสามารถหาซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือผ่านทาง www.thaiticketmajor.com โดยราคาบัตรเข้าชมเริ่มต้นตั้งแต่ราคา 300, 500, 1,000, 1,500, 3,000 บาท สำหรับการเข้าชมแต่ละวัน

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เผยรถยนต์สีขาวยังคงได้รับความนิยมสูงสุด

ผู้ใช้รถยนต์ทั่วโลกยังคงหลงใหลในรถยนต์สีขาวมากเป็นอันดับหนึ่งเช่นเดิม ตามมาด้วยสีดำและสีบรอนซ์ จากการสำรวจของ PPG Industries บริษัทวิจัยการตลาด

PPG Industries ซึ่งทำการสำรวจการจับจองรถใหม่ทั่วโลกพบว่าลูกค้า 25% เลือกซื้อรถสีขาวซึ่งสูงที่สุดเป็นปีที่สามติดต่อกัน ขณะที่สีดำและสีบรอนซ์เงินอยู่ที่ 18% เท่ากัน ทั้งนี้ สีขาวสามารถโค่นบัลลังก์สีเงินซึ่งเคยครองอันดับหนึ่งมาอย่างยาวนานนับสิบปีได้ในปี 2011 และยังคงเป็นสียอดฮิตมาจนถึงปัจจุบัน
การสำรวจครั้งนี้ยังแบ่งออกเป็นประเภทยานยนต์ ซึ่งสีขาวก็ยังคงครองแชมป์ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทใดก็ตาม (เฉพาะในตลาดอเมริกา) ยกเว้นรถสปอร์ตซึ่งสีแดงได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีสีน้ำเงินตามมาไม่ห่างซึ่งเพิ่งได้รับความนิยมสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ PPG Industries รวบรวมการจับจองรถทั้งแบบลูกค้าทั่วไปและแบบรถขายฟลีต ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สีขาวได้รับความนิยมสูงสุด

Mercedes-Benz พัฒนาระบบนำทางสำหรับใช้งานกับ Google Glass

Mercedes-Benz รุกพัฒนาระบบนำทางภายในรถยนต์ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Google Glass ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง ถือเป็นหนึ่งในค่ายรถเจ้าแรกที่เตรียมรองรับแว่นอัจฉริยะ



Johann Jungwirth ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Mercedes-Benz North America เป็นผู้ยืนยันข่าวนี้ โดยเขาบอกว่าบริษัทฯจะนำเสนอแอพพลิเคชั่นรองรับ Google Glass ในรถยนต์ทันทีที่แว่นดังกล่าวออกจำหน่ายเป็นทางการ โดยปัจจุบัน Google Glass ออกจำหน่ายเฉพาะสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยราคา 1,500 เหรียญฯ คาดว่าคนทั่วไปจะสามารถซื้อหาได้ในปีหน้า

“การพัฒนาแอพสำหรับ Google Glass ถือเป็นการตอกย้ำว่าคุณสามารถเชื่อมต่อกับตัวรถได้อย่างไร้ขอบเขต ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ในรถหรืออยู่นอกรถก็ตาม” Jungwirth กล่าว

แว่น Google Glass จะเริ่มจากการนำทางเจ้าของไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ สามารถถ่ายทอดจุดหมายจากตัวแว่นไปยังระบบนำทางภายในรถด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายและยังรองรับแอพพลิเคชั่นอินโฟเทนเมนท์เพื่อความบันเทิงต่างๆได้

“ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและอินโฟเทนเมนท์ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน ตามปกติแล้ว ผู้ขับขี่จะต้องเหลียวลงมามองหน้าจอบนคอนโซล แต่เมื่อสวม Google Glass คุณก็สามารถมองไปยังท้องถนนเบื้องหน้าและสั่งงานได้” Jungwirth เผย แต่อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า Mercedes-Benz ไม่สนับสนุนให้ผู้ขับขี่สวม Google Glass ขณะขับรถ

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

นิสสัน เปิดสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์แห่งแรกในอาเซียน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย (27 สิงหาคม 2556) – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ประกาศเปิดสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์แห่งแรกในอาเซียนขึ้นในประเทศไทย พร้อมเปิดสำนักงานใหม่ รองรับการขยายงานของนิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสท์ เอเชีย (Nissan Technical Center South East Asia: NTCSEA) ด้วยเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 3.4 พันล้านเยน* มุ่งเสริมรากฐานและขยายงานด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในระดับอาเซียนให้แข็งแกร่งตามแผนกลยุทธ์สู่การเติบโตขององค์กร



นายอัทซึชิ ชิซุตะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า “การขยายงานของนิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสท์ เอเชีย ในประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในระดับอาเซียน นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่นิสสันได้วางไว้ในแผนธุรกิจระยะกลาง โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีคุณภาพสูง มีรูปลักษณ์และสมรรถนะที่เร้าใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ดีและแข่งขันในตลาดอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสท์ เอเชีย รับผิดชอบดูแลงานในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตรถยนต์ 6 แห่ง โดยภายในปี 2558 จะรับหน้าที่ด้านการวิจัยและพัฒนายานยนต์ทุกรุ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตลาดอาเซียน ทุกขั้นตอนหลังกระบวนการออกแบบทางกายภาพ ซึ่งในปัจจุบัน กระบวนการเหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดทั่วโลกในประเทศญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ ระหว่างปี 2553-2559 นิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสท์ เอเชีย อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มจำนวนบุคลากรขึ้น 3 เท่า เป็น 370 คน ดังนั้น แผนการขยายธุรกิจดังกล่าวจะส่งผลให้นิสสันสามารถพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนได้ดียิ่งขึ้น ขานรับความต้องการของตลาดได้เร็วขึ้น นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมรถยนต์นิสสันเพื่อสร้างแต้มต่อในการแข่งขันทางการตลาด

ก่อนหน้านี้ นิสสันได้ก่อตั้งศูนย์ทดสอบยานยนต์ภายนอกประเทศญี่ปุ่นขึ้นเป็นแห่งแรก ณ มลรัฐแอริโซน่า (Arizona Test Center) ประเทศสหรัฐอเมริกา และแห่งที่สองในอากวัสกาเลียนเตส (Aguascalientes Test Track) ประเทศเม็กซิโก ล่าสุดจึงได้ก่อตั้งสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์แห่งใหม่ขึ้นในประเทศไทย ณ ถนนบางนา-ตราด กม.22 ซึ่งนับเป็นสนามทดสอบแห่งแรกในทวีปเอเชีย ครอบคลุมพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร พร้อมจำลองสภาพผิวถนนจากทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 14 รูปแบบ โดยได้จำลองสภาพถนนไทยซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ไว้ถึง 5 รูปแบบ อาทิ ผิวถนนบางนา-ตราด ที่มีรูปแบบคล้ายคลื่น ทั้งยังสามารถรองรับความเร็วสูงสุดเมื่อขับขี่ทางตรงได้สูงถึง 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเหมาะสำหรับการทดสอบสมรรถนะยานยนต์หลากหลายรูปแบบ เพียงปรับเปลี่ยนการจัดพื้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์รูปวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 100 เมตร

สำหรับสำนักงานใหม่ของนิสสัน เทคนิคคอล เซ็นเตอร์ เซาท์อีสท์ เอเชีย ที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยแห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นเสมือนบ้านของทีม “โมโนซูกูริ” ซึ่งเป็นทีมงานระดับมืออาชีพด้านการออกแบบสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของนิสสัน

“นิสสัน ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างสรรค์สังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืน เราได้ออกแบบอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงร้อยละ 40 เพื่อร่วมลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในระดับองค์กร” นายชิซุตะ กล่าวทิ้งท้าย

Nissan เปิดตัวภาพทีเซอร์ของรถ 2014 Rogue รุ่นใหม่ก่อนงานจริง

นิสสัน นั้นได้ทำการเปิดเผยภาพทีเซอร์อย่างเป็นทางการของพวกเขาเองในรถรุ่นแบบ  2014 Rogue crossover ออกมาให้ชมเรียกน้ำย่อยเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะถึงงานโชว์ตัวจริงๆในวันที่ 10 กันยายนที่จะถึงนี้



ในงานอย่าง 2013 Frankfurt Motor Show นั้นรถแบบ Rogue ในโฉมแบบ North America นั้นมีแผนจะเปิดตัวในวันที่ 10 กันยายนอย่างเป็นทางการ ซึ่งรถรุ่นนี้นั้นจะมาแทนที่รถแบบ X-Trail (ที่เรารู้จักกันดีในชื่อรุ่น Qashqai+2 ทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง)

ภาพดังกล่าวนั้นจะเผยอีกว่ารถแบบ new Rogue นั้นจะใช้คอนเซปต์แบบ Hi Cross Concept ที่โชว์ไปในโฉมทั้งยุโรปและอเมริกามาใช้ในแบบ all-wheel drive ขับเคลื่อน 4 ล้อและขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า

สตีฟ คีเฟอร์ ดำรงตำแหน่งรองประธาน GM Powertrain ระดับโลก

ดีทรอยท์– เจนเนอรัลมอเตอร์ส ประกาศแต่งตั้งสตีฟคีเฟอร์ ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายเพาเวอร์เทรน ระดับโลก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 นี้


คีเฟอร์ในวัน 50 ปี ผ่านหลายบทบาทหน้าที่ในฝ่ายวิศวกรรม และเป็นผู้นำในหลายตำแหน่งตลอดอาชีพการทำงานที่จีเอ็ม และเดลฟาย (Delphi) สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครื่องยนต์และความรู้ในธุรกิจยานยนต์ระดับ โลก คีเฟอร์ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของจีเอ็ม และประธานกรรมการระบบเพาเวอร์เทรนของเดลฟายตั้งแต่ปี 2554

“ในขณะที่จีเอ็ม กำลังพัฒนาเครื่องยนต์และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน รวมถึงนวัตกรรมออกสู่ตลาด สตีฟจะใช้ประสบการณ์การบริหารงานลูกค้า ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและความเป็นผู้นำช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ทีม เพาเวอร์เทรนระดับโลกของเรา” แมรี่ บาร์รา รองประธานอำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดซื้อและห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของจีเอ็ม กล่าว

คีเฟอร์จะรับผิดชอบในการดำเนินงานด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ของจีเอ็มระดับ โลก รายงานตรงต่อแมรี่ บาร์รา ขณะที่จิม แลนซอน รองประธานฝ่ายระบบส่งกำลัง เพาเวอร์เทรนยังคงรับหน้าที่พัฒนาระบบส่งกำลังและวิศวกรรมต่อไป โดยจะรายงานตรงต่อคีเฟอร์

“ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของจิมและสตีฟจะร่วมกันสร้างพลังขับเคลื่อน ให้แก่ทีมเพาเวอร์เทรน ทั้งสองคนจะร่วมกันนำทีมพนักงานทั่วโลกและเสริมความแข็งแกร่งให้จีเอ็มในการ เป็นผู้นำอุตสาหกรรมพัฒนาเทคโนโลยีระบบส่งกำลังเครื่องยนต์” บาร์รา กล่าว

คีเฟอร์ผู้ซึ่งเป็นชาวรัฐมิชิแกนโดยกำเนิด จะประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของจีเอ็ม เพาเวอร์เทรนในพอนทิแอค เขาจะมีบทบาทการเป็นตัวแทนของจีเอ็ม ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการกุศลและเพื่อสังคมในดีทรอยท์ด้วย

คีเฟอร์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเครื่องกลจาก มหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตท และศึกษาด้านวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยอาเคินในเยอรมนี (RWTH Aachen University) นอกจากนี้เขายังสำเร็จการศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ศูนย์การผลิต GM THAILAND ได้รับรองมาตรฐานเอเนอร์จี สตาร์ ชาลเลนจ์ของสหรัฐฯ

กรุงเทพฯ – ศูนย์การผลิตยานยนต์เจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยองเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิต 63 แห่ง
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการลดการใช้พลังงานโดยสมัครใจจากหน่วยงานพิทักษ์ สิ่งแวดล้อมของสหรัฐ (EPA) โดยลดการใช้พลังงานลงถึง 16.37 เปอร์เซ็นต์ในสายการผลิตรถยนต์และ 32.72 เปอร์เซ็นต์
ในสายการผลิตรถกระบะภายในสองปีโดยสอดคล้องกับมาตรฐานเอเนอร์จี สตาร์ ชาลเลนจ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นปีที่สองที่ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ระยองได้รับรองมาตรฐานการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนี้



เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานเอเนอร์จี สตาร์ ชาลเลนจ์ ศูนย์การผลิตของจีเอ็ม จำเป็นต้องลดการใช้พลังงานในการผลิตรถหนึ่งคันให้ได้อย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าปี ซึ่งศูนย์การผลิตจีเอ็ม ระยองสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 33,547 เมตริกตัน ซึ่งเท่ากับการใช้พลังงานไฟฟ้า 173,030 เมกะวัตต์ชั่วโมง

“ความคิดสร้างสรรค์และการจัดการพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของจีเอ็ม” มร.ทิม ลี
รองประธานบริหารฝ่ายการผลิตระดับโกลเบิล กล่าว “เราลดการใช้พลังงานและการสร้างมลภาวะอย่างต่อเนื่องทุกปี ศูนย์การผลิตของเราดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้าง ประโยชน์ต่อธุรกิจไปพร้อมกัน”

ศูนย์การผลิตจีเอ็ม จังหวัดระยองสามารถลดต้นทุนการใช้พลังงานลงได้ 253.28 ล้านบาท (8.5 ล้าน
เหรียญฯ) ด้วยความมุ่งมั่นในการลดใช้พลังงาน จีเอ็ม เป็นผู้นำที่เหนือกว่าทุกองค์กรธุรกิจทั่วโลกในการสร้างมาตรฐานด้านสิ่งแวด ล้อม โดยศูนย์การผลิตของจีเอ็ม ทั่วโลกสามารถลดต้นทุนการใช้พลังงานลงได้รวมทั้งหมด 162 ล้านเหรียญฯ

พนักงานในศูนย์การผลิตจังหวัดระยองใช้มาตรการหลากหลายรูปแบบเพื่อลดการ ใช้พลังงาน เช่น การควบรวมสายการผลิตรถยนต์และรถกระบะเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและปรับเวลา การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทำงานของเครื่องจักรจากเที่ยงคืนไปอยู่ที่ 04.00 น. ซึ่งช่วยประหยัดพลังไฟฟ้าได้ถึงสี่ชั่วโมงต่อวัน
ทีมพนักงานยังตรวจสอบการใช้พลังงานเป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ นอกจากนี้ ที่ศูนย์การผลิตฯยังติดตั้งหลอดแอลอีดี (LED) บริเวณพื้นที่ตรวจสอบการพ่นสีและติดตั้งช่องแสงเพื่อรับแสงธรรมชาติ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในโรงประกอบตัวถังลงได้

“พนักงานของเรามีความมุ่งมั่นในการลดการใช้พลังงานในการปฏิบัติงานประจำ วันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” มร.ไมเคิล เปเรซ รองประธานฝ่ายการผลิต จีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว “ด้วยกระบวนการรักษาสิ่งแวดล้อมที่เอาใจใส่ เรายึดมั่นในการสร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในศูนย์การผลิตและ พื้นที่ใกล้เคียงภายในจังหวัดระยอง”

ในเดือนมีนาคม 2556 จีเอ็ม ได้รับรางวัลพันธมิตรเอเนอร์จี สตาร์ยอดเยี่ยมแห่งปี (ENERGY STAR Partner of the Year-Sustained Excellence award) ซึ่ง เป็นเกียรติยศสูงสุดที่มอบให้แก่การจัดการพลังงานในองค์กรดีเด่น โดยระหว่างปี 2548 และ 2553 บริษัทฯ สามารถลดการใช้พลังงานในศูนย์การผลิตทั่วโลกลงได้เฉลี่ย 28 เปอร์เซ็นต์และได้ตั้งเป้าหมายการลดการใช้พลังงานลงทั่วโลก 20 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2563

ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ในจังหวัดระยอง มุ่งมั่นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรการหลายรูปแบบ อาทิ

พลังงานหมุนเวียน – ใช้พลังงานหมุนเวียน 89.76 เมกะวัตต์ต่อปีจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาของศูนย์การ ผลิตและการใช้แก๊สจากการฝังกลบ
เป็นศูนย์การผลิตที่ปลอดการฝังกลบ – ศูนย์การผลิตไม่สร้างของเสียในการฝังกลบ โดยของเสียที่เกิดจากการปฏิบัติงานประจำวันจะถูกรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่หรือเปลี่ยนแปลงให้เป็นพลังงาน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของจีเอ็ม สามารถเข้าชมรายงานความยั่งยืนได้ที่sustainability report และบล็อกสิ่งแวดล้อม environmental blog

เปิดตัวภาพรถ 2014 Chevrolet Camaro Convertible ก่อนงานใน Frankfurt

ค่ายรถอย่าง Chevrolet นั้นได้เลือกหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่สำคัญที่สุดในโลกอย่าง 2013 Frankfurt Motor Show ในประเทศเยอรมันนั้นเป็นสถานที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการของรถแบบ 2014 Camaro รุ่นเปิดประทุนหรือ  convertible version



ล่าสุดค่ายรถชื่อดังจากเมือง  Detroit นั้นได้เปิดตัวในเวอร์ชั่นของเจ้า Camaro ทั้งในยุโรปและ  North American โดยมันได้รับการปรับปรุงรูปแบบภายนอกใหม่ทั้งหมดให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและทันสมัยมากกว่าเดิม

ส่วนในรูปแบบ convertible model นั้นเป็นการนำรถแบบ  Camaro Coupe มาดีไซน์ออกแบบใหม่ให้ต่างจากเดิม พร้อมทั้งใช้เครื่องยนต์ขนาด 6.2 ลิตรแบบ  V8 ที่ให้กำลัง 426 แรงม้า (432PS) ทำอัตราเร่งจาก 0-100km/h (62mph) ภายใน 5.2 วินาทีในรุ่น Coupe และ 5.4 วินาทีในรุ่นเปิดประทุน

สำหรับเจ้า 2014 Camaro นั้นจะเริ่มราคาขายกันที่  €39,990 (ประมาณ US$53,500 ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) สำหรับรุ่น Coupe และ €44,990 (US$60,300) สำหรับรุ่น  convertible

เชฟโรเลต ให้คุณออกรถใหม่พร้อมข้อเสนอสุดแฮปปี้ 2 วันนี้เท่านั้น


พลาดไม่ได้!!! กับข้อเสนอดีที่สุดแห่งปี ที่งาน CHEVY HAPPY DEAL HAPPY DAY 31 ส.ค. – 1 ก.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ที่พาร์ค พารากอน

บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอดีที่สุดแห่งปี ให้คุณเลือกเป็นเจ้าของรถเชฟโรเลตทุกรุ่นพร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม

เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ผ่อน 0% นาน 60 เดือน,

เชฟโรเลต แคปติวา ผ่อน 0% นาน 60 เดือน,

เชฟโรเลต โซนิค ผ่อน 0% นาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น1,

เชฟโรเลต โคโลราโด รับส่วนลด 40,000 บาท

เชฟโรเลต ครูซ ผ่อน 0% นาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

สนุกไปกับมินิคอนเสิร์ต จาก นิว จิ๋ว และ Room39 พร้อมฟังเพลงเพราะ ๆ จาก แป้งโกะ และ Wishes On The Earth และพิเศษสุดๆ กับบิ๊กไฮไลท์ ร่วมประมูลกอดการกุศลจาก ปีเตอร์ คอร์ป, มาร์กี้ และบอม ธนิน เพื่อมอบรายได้ให้สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญาปากเกร็ด

สนุกต่อเนื่องไปกับกิจกรรมและการแสดงมากมาย เพียงถ่ายรูปภายในงานพร้อมอัพโหลดขึ้น Intagram ก็สามารถรับรูปภาพกลับบ้านได้ทันที พร้อมชม Percussion Show จากทีม Exotic และรับของที่ระลึก Chevrolet Pin Maker  ไม่เหมือนใครในโลกฟรีอีกด้วย!!

เตรียมสตาร์ทความแฮปปี้กันที่งาน CHEVY HAPPY DEAL HAPPY DAY…รับรองว่างานนี้แฮปปี้ถึงขีดสุดทั้งข้อเสนอและกิจกรรมพิเศษเพียบ!
เพียง 2 วันเท่านั้น! 31 ส.ค. – 1 ก.ย. นี้ พบกันที่ ลานพาร์ค บริเวณหน้าศูนย์การค้า สยามพารากอน!

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1734 หรือโชว์รูมเชฟโรเลตทั่วประเทศ

GM แถลงการณ์หยุดข่าวลือเกี่ยวกับรถ Chevrolet Corvette รุ่นใหม่ล่าสุด

ค่ายรถตัวพ่ออย่าง General Motors นั้นได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อยุติข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องความเป็นไปได้ของรถแบบ  Chevrolet Corvette ในรุ่น Generation ที่ 7 ซึ่งใช้พื้นฐานของรถแบบ  Cadillac และ XLR มาผสมผสานกันเพื่อประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม



สำหรับตัวถึงนั้นจะใช้ต้นแบบจากรถ Corvette C5 ที่ผลิตออกมาในรุ่นตั้งแต่ปี 2003-2009 และจะใช้เครื่องยนต์แบบ supercharged Northstar V8 ในรุ่น STS-V ที่ให้กำลัง 443 แรงม้า

2014 Corvette Stingray นั้นจะออกแบบโดยใช้รูปแบบการกลับมาของเจ้า Cadillac XLR เพื่อทำให้มันมีความสามารถและประสิทธิภาพที่มากขึ้นกว่าในรถรุ่นก่อนๆ

GM เผยตัวเลขยอดขายแบรนด์ Chevrolet เพิ่มขึ้นถึง 229% ใน 3 ปีล่าสุด

ล่าสุดจากการเปิดเผยของบริษัทตัวแม่อย่าง General Motors นั้นพบว่าแบรนด์รถอย่าง เชฟโรเลต นั้นมียอดขายเพิ่มมากขึ้นถึง 229% ในภูมิภาค North American และตลาดโดยรวมของโลกซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว


จากการเผยของ GM เพิ่มเติมนั้นยังพบว่ารถของ Chevrolet ที่ขายดีที่สุดในปีที่แล้วนั้นได้แก่รถแบบ Cruze compact, Sonic sub-compact และ Spark mini ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสุดยอดรถของยุคนี้

“การเป็นผู้นำในรถแบบประเภทเดียวกับของ Cruze นั้นถือเป็นยอดขายที่เพิ่มมากที่สุดของทาง Chevrolet นอกจากนี้ยังรวมไปถึงรถแบบ Sonic และ Spark ที่มียอดสั่งซื้อมาด้วย โดยผู้ซื้อในประเทศ 7 ใน 10 คนนั้นจะนึกถึงพวกเราเป็นอันดับแรก”

“พวกเรายังมียอดกว่า 4 ใน 10 คนที่จะเลือกซื้อรถแบบ compact car ซื้อกำลังซื้อจากผู้ซื้อวัยรุ่นและผู้ซื้อหน้าใหม่นั้นเป็นสิ่งที่เราวางเป้าหมายในอนาคตไว้เกี่ยวกับแบรนด์นี้” Dora Nowicki หัวหน้าทีมการตลาดของรถรุ่น Chevrolet Sonic ทิ้งท้าย

เปิดเผยภาพรถ “2014 Chevrolet Impala” เข้ากับล้อแม็กซ์ของ Vossen Wheels

ความจริงแล้วนั้นศิลปะของการแต่งรถนั้นขึ้นอยู่กับการที่คุณกำหนดมันเอง จนบางคนนั้นหักโหมมากไปจนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มากมายกับตัวรถ อย่างไรก็ตามการตกแต่งช่วงล่างนั้นไม่ได้ช่วยถึง 100% ยังต้องอาศัยอุปกรณ์อีก 2 อย่างที่ทำให้รถวิ่งได้ดีนั่นก็คือล้อและยาง


ซึ่งล่าสุดนั้นเราต้องขอบคุณค่ายอื่นๆอย่าง เชฟโรเลต ที่ได้ทำงานที่ยอดเยี่ยมในการออกแบบรูปทรง (รวมไปถึงงานทางด้านวิศวกรรม) ของเจ้า Impala ที่ออกแบบได้อย่างลงตัว และในวีดีโอล่าสุุดนี้พวกเขาก็ได้แต่งรถเพิ่มเติมลงไปโดยอาศัยล้อแม็กซ์สวยงามจากทาง “Vossen wheels”

มาแล้ว โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับนิดปรุงหน่อย


หลังจากเปิดตัวโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ ไปก่อนหน้านี้สักสัปดาห์ รถยนต์ดัดแปลงบนพื้นฐานของวีโก้อย่างฟอร์จูนเนอร์ ก็ได้ฤกษ์ปรับปรุงเล็กน้อยตามมาติด ๆ แบบไม่ต้องรอนาน

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศแนะนำรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่นปรับปรุงใหม่ และฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ตติโว่ รุ่นใหม่ การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกที่คงความสวยงาม โฉบเฉี่ยว ภายในปรับโทนสีใหม่ เพิ่มความหรูหรา เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบครัน

การเปลี่ยนแปลงเน้นที่การเพิ่มความหรูหราและอุปกรณ์ใช้สอยภายในเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสีภายในแผงคอนโซลหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีดำเป็นหลัก เครื่องเสียงที่ปรับปรุงเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมระบบนำทาง มารองรับระบบนำทางอัจฉริยะสมาร์ท จี-บุ๊ค พร้อมปรับหน้าตาของเครื่อเสียงแบบซีดี นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายและพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมาในทุกรุ่น

นอกจากนี้ ยังได้ปรับรุ่น 2.5G 5A/T มาเป็นรุ่น 2.5V 5A/T เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา โดยเปลี่ยนเครื่องเสียงเป็นเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมระบบนำทาง รองรับระบบนำทางอัจฉริยะสมาร์ท จี-บุ๊ค แผงคอนโซลกลางแบบลายไม้ เพิ่มจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นและกล้องมองหลัง และเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ โดยวางจำหน่าย 1.209 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้ทำการปรับปรุงฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ตติโว่ ด้วยการเปลี่ยนสีภายในห้องโดยสารเป็นสีดำ เครื่องเสียงระบบนำทางและเครื่องเล่นดีวีดีหน้าจอ 7 นิ้วพร้อมสมาร์ท จี-บุ๊ค และเบาะนั่งหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์สีดำแบบเจาะรู พร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo เคาะราคาจำหน่าย 1.509 ล้านบาท